ฉินชวนรับการ์ดมา ก้มลงมองคร่าว ๆ แล้วเอ่ย "หนึ่งล้าน เหรอจะไล่ขอทานหรือไง?"
หน้าของลู่คุนกระตุกอย่างเห็นได้ชัด
ถ้าเป็นคนอื่น ต่อให้เขาคุณชายคุนไม่ยอมให้เงิน อีกฝ่ายก็คงต้องหมอบคลานหนีไปเอง
แต่เจ้ากนนี้…
"ดูท่าแกคงไม่รู้จักชื่อเสียงของฉันคุณชายคุน สินะ?"
"บ้าเอ๊ย นั่นตั้งหนึ่งล้านนะ!"
"ประเด็นสำคัญคือ หนึ่งล้านของคุณคุนนะ ไอ้หมอนี่สมองไม่ปกติหรือเปล่าวะ?"
ทุกคนต่างหัวเราะมองฉินชวน ราวกับมองคนบ้าคนหนึ่ง
ฉินชวนยักไหล่ "ขอโทษที ฉันไม่รู้จริง ๆ ว่าแกเป็นใครมาจากไหน"
ลู่คุนเดือดจัด โบกมือไปข้างหลัง ทันใดนั้นลูกน้องสองคนก็พุ่งเข้ามา ตั้งท่าเตรียมต่อย เตรียมจะลงไม้ลงมือกันตรงนั้นเลย
ฉินชวนหัวเราะ "โอ้ ที่แท้แกไม่ใช่ต้นหอม แต่เป็นกระเทียมนี่เอง รุนแรงไม่เบานะเนี่ย"
ครั้งหนึ่ง เขาเคยผ่านการฝึกฝนอันโหดร้ายที่สุดในกองทัพ จนกลายเป็น "มังกรเร้น" ที่สร้างความหวาดกลัวไปทั่วโลก
ลูกไม้น้อย ๆ แค่นี้ ไม่มีทางเข้าตาเขาได้เลย
แทบไม่มีใครทันเห็นว่าเขาขยับตัวอย่างไร ก็ได้ยินเสียงลูกน้องสองคนนั้นร้องครวญคราง แล้วร่างก็กระเด็นปลิวออกไป พร้อมกับกุมก้นร้อง "โอ๊ย ๆ" ไม่หยุด
ลู่คุนด่า "ของไร้ประโยชน์เอ้ย!"
เขาพุ่งเข้าไปตรง ๆ คว้าข้อมือของฉินชวนไว้
ฉินชวนเพียงแค่สะบัดข้อมือเบา ๆ ลู่คุนก็รู้สึกได้ทันทีว่ามือชาไปหมด เจ็บราวกับกระดูกหัก
"ไอ้หนู ฉันว่าแกอยากตายนักใช่มะ!"
"คนที่อยากให้ฉันตายมีเยอะไป แกต้องไปต่อคิว แล้วก็ไม่รู้ว่าจะได้คิวหรือเปล่าจนกว่าจะตาย"
ฉินชวนยิ้มมองลู่คุน แต่ในแววตา กลับเต็มไปด้วยความเย็นชาไร้ขีดจำกัด
ทุกคนเห็นดังนั้น ก็พากันหัวเราะออกมาอย่างกึกก้อง
แต่ในไม่ช้า ทุกคนก็เงียบกริบลง เพราะคนที่ทำตัวน่าอายอยู่นี่คือลู่คุน เจ้าสำนักตระกูลลู่แห่งเจียงเฉิงนี่นา
ไปโกรธใครก็ได้ อย่าไปโกรธลู่คุน
ลู่คุนเองก็เริ่มรักษาหน้าไม่อยู่
เขาชี้หน้าฉินชวน ยิ้มเย็น ๆ พยักหน้า พร้อมกับถอยหลังแล้วพูดว่า "แกก็แค่มองทรัพย์สมบัติของตระกูลซูไม่ใช่หรือ แค่ไอ้ขี้ขลาดที่อยากรวยทางผู้หญิง จะมาอวดดีอะไรนักหนา! เอาเถอะ ไอ้หนู ฉันลู่คุนจำแกไว้แล้ว หวังว่าแกจะใช้ชีวิตได้อย่างสุขสบายในวันข้างหน้านะ!"
เฉินเสวี่ยเหม่ยและซูเหวินเหยาค์ได้ยินคำพูดของลู่คุนแล้ว ก็รู้สึกใจหายวาบ
ถึงแม้ว่าตอนนี้ครอบครัวพวกเขาจะไม่ค่อยมีเงินเก็บ แต่ความสามารถของซูจิ้นนั้นทุกคนเห็นกันอยู่
ในอนาคตเมื่อตระกูลซูพัฒนาไปได้ ซูจิ้นจะต้องได้รับเกียรติยศที่สมควรได้รับจากตระกูลซูอันใหญ่โตนั้นอย่างแน่นอน
หมอนี่จะคิดแบบที่เขาพูดจริง ๆ หรือเนี่ย?
พอคิดได้ดังนั้น เฉินเสวี่ยเหม่ยก็ยิ่งรังเกียจฉินชวนมากยิ่งขึ้น
ในเวลานั้น ชายหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่ด้านข้างก็เดินเข้ามา ใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ
"พี่สะใภ้ ดูสิ วันนี้ตระกูลซูเราจัดงานเลี้ยงนี้ ก็เพื่อจะได้คบค้าสมาคมกับตระกูลลู่ไง เราจะได้มีชีวิตที่ดีในเจียงเฉิง แต่ชายที่จินหามาได้ในวันนี้ มันทำลายอนาคตอันสดใสของตระกูลซูเราไปหมดแล้ว ฉันต้องไปบอกแม่ให้ได้!"
เขาเป็นน้องชายของซูจิ้น ชื่อซูเหวินชาง
ถึงแม้ว่าซูเหวินเหยาค์ พ่อของซูจิ้น จะถือเป็นคนหนึ่งในตระกูลซูเหมือนกัน แต่ตอนนี้เขาพิการ ร่างกายไม่สมประกอบ ต้องพึ่งพาตระกูลซูเลี้ยงดูครอบครัวของเขาไปวัน ๆ พี่น้องสองคนของซูเหวินเหยาค์ ยิ่งอยากให้ครอบครัวของซูเหวินเหยาค์ไม่ได้แบ่งสมบัติแม้แต่เสี้ยวเดียว
เมื่อผลประโยชน์อยู่ตรงหน้า ใครจะไปสนใจใยดีความเป็นญาติพี่น้อง
พวกเขามองว่าซูจิ้นเป็นผู้หญิง ก็เลยหวังให้ซูจิ้นออกเรือนเร็ว ๆ เพื่อที่ทรัพย์สมบัติของตระกูลซู ครอบครัวพวกเขาจะได้ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับ
ถึงแม้พวกเขาจะเป็นคนตระกูลซูเหมือนกัน แต่ซูจิ้นที่บ้านก็ไม่เคยขาดการกลั่นแกล้งจากพวกเขา
โดยเฉพาะซูเหวินชางน้าชายของหล่อน ในฐานะลูกชายคนเล็กของตระกูลซู ไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะกดหัวซูจิ้นเลยแม้แต่ครั้งเดียว
ซูจิ้นมองเขาอย่างไม่สบอารมณ์นัก อยากให้เขาเป็นใบ้ไปเลยเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ดูท่า ภายในตระกูลซูก็ไม่ได้สงบสุขอะไรนัก
แต่เรื่องนี้ จะไปเกี่ยวอะไรกับเขาฉินชวน?
ลากเขาเข้ามาเกี่ยวพันด้วยได้ยังไงกัน ช่างไร้เหตุผลเหลือเกิน วันนี้ช่างเจอแต่พวกผิดปกติเต็มไปหมด
ฉินชวนกวาดสายตามองพวกเขาอย่างเย็นชา แล้วหันหลังเดินจากไปทันที ก้าวยาว ๆ เร็ว ๆ ไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ปล่อยให้งานเลี้ยงใหญ่โตอยู่เบื้องหลัง
เพิ่งจะก้าวออกจากประตูไปได้ไม่ไกล เท้าก็เหมือนไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง
ฉินชวนชะงักไปครู่หนึ่ง คิดจะถีบออกไปโดยสัญชาตญาณ แต่เมื่อก้มลงไปมองดี ๆ กลับเป็นขอทานผมกระเซอะกระเซิงคนหนึ่งกำลังดึงชายกางเกงเขาเอาไว้
"ได้โปรดเถิดครับ ขอทานข้าวสักก้อนเถิด ผมหิวมาสามวันเต็ม ๆ แล้ว…"
ฉินชวนไม่ได้คิดจะสนใจเขา แต่จู่ ๆ ก็พบว่าการ์ดใบนั้นที่ลู่คุนให้ไว้ ยังอยู่ในมือของเขา
เขาหัวเราะเย้ยหยันเบา ๆ แล้วโยนการ์ดลงในชามแตก ๆ ของขอทานคนนั้นอย่างไม่ไยดี
"ในบัตรนี้มีหนึ่งล้าน เอาไปทำอะไรก็ได้ อย่ามาขอทานเลย มีมือมีเท้าอยู่แท้ ๆ ขอทานมันไม่อายหรือไง"
ยังไม่ทันที่ขอทานจะตั้งสติได้ เขาก็ก้าวยาว ๆ เดินตรงไปยังฝั่งตรงข้ามถนนแล้ว
ใครจะคิดว่า ด้านหลังซูจิ้นยังคงวิ่งตามมาอย่างไม่ลดละ เธออุ้มกระโปรงเจ้าสาวอันหนักอึ้ง วิ่งอย่างหอบแทบขาดใจ พลางร้องเรียกเขาทั้งน้ำตา "ฉินชวน นายรอฉันก่อนสิ!"
ให้ตายสิ ผู้หญิงคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่?
บนถนนรถวิ่งขวักไขว่ ผู้หญิงคนนี้วิ่งมาอย่างรีบเร่งนัก สุดท้ายเขาก็ยังเป็นห่วง จำใจต้องหยุดรอ
"เธอช้าลงหน่อยสิ"
ซูจิ้นตามมาทันเขาในที่สุด ยังไม่ทันได้พูดอะไร น้ำตาก็ไหลรินอาบแก้มก่อนแล้ว
"ฉินชวน ฉันหน้าตาไม่สวยหรือไง นายไม่ชอบฉันแม้แต่นิดเดียวเลยจริง ๆ หรือ?"
เมื่อเห็นท่าทีของซูจิ้นเช่นนี้ ฉินชวนก็รู้สึกตัวเกียจคร้านขึ้นมาทันที
"เธอสวยมาก แต่เรา…"
ซูจิ้นในใจรู้สึกช้ำใจอยู่ไม่น้อย เดิมทีเธอคิดว่า การที่ให้ฉินชวนแต่งงานกับเธอ ฉินชวนจะต้องดีใจแทบบ้า แต่ตอนนี้ ดูเหมือนจะตรงกันข้ามกับจินตนาการก่อนหน้านี้ของเธอโดยสิ้นเชิง
เธอเช็ดน้ำตา พร้อมกับหยิบอาวุธเด็ดขาดของเธอออกมา
"ฉินชวน นายติดหนี้ชีวิตซูฉางเทียนไว้หนึ่งครั้ง นายลืมไปแล้วหรือ?"
