ศิษย์พี่เก้า: เริ่มต้นจากการที่สือเจียนช่วยชีวิตไว้

บทที่ 3 กตัญญูต่ออาจารย์

5 นาที· 1.1K คำ
เนื้อหาถูกแปลด้วย AI และขัดเกลาโดยผู้มีประสบการณ์ด้านการแปลเรียบร้อยแล้ว

บทที่ 3 กตัญญูต่ออาจารย์

“ปรมาจารย์เก้า คราวนี้ลำบากท่านและศิษย์แล้ว นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อย ท่านต้องรับไว้”

ปรมาจารย์เก้าปฏิเสธเล็กน้อย แล้วจึงรับตามธรรมเนียม

เมื่อกลับมาถึงสำนัก เปิดซองแดงดู ข้างในมีเหรียญเงินแวววาวถึงสิบเหรียญ! นับว่ามากกว่าค่าตอบแทนปกติเท่าตัว

ปรมาจารย์เก้าคลึงเหรียญเงิน สีหน้าเคร่งขรึมตามปกติดูจะอ่อนลงเล็กน้อย

เขาครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วนับออกมาห้าเหรียญ ใส่ลงในกล่องเงินส่วนกลาง—เงินพวกนี้ใช้จ่ายในสำนัก ซื้อชาดและกระดาษเหลืองเป็นต้น

อีกห้าเหรียญที่เหลือ เขาชั่งในมือ แล้วทำสิ่งที่ไม่ค่อยทำคือไม่เก็บทันที แต่หยิบหนึ่งเหรียญยื่นให้ฟางฉี่ที่กำลังเช็ดเครื่องรางอยู่

“นี่ เอาไป”

ฟางฉี่ชะงัก แทบคิดว่าหูฝาด

อาจารย์ให้เงินเขา? แถมเป็นเหรียญเงินเต็มเหรียญ!

รู้ไหมว่าอาจารย์เข้มงวดเรื่องเงินทอง เกือบจะขี้เหนียว ปกติให้เงินติดตัวเขามากสุดก็แค่สองสามเหรียญทองแดง พอซื้อน้ำตาลปั้นแก้หิว

“อาจารย์ นี่…”

ฟางฉี่ลังเล

“งานพิธีคราวนี้ เจ้าทำดี คล่องแคล่ว ไม่พลาด”

ปรมาจารย์เก้ายังน้ำเสียงเรียบ แต่แววตาฉายความชม

“ท่านลี่ใจกว้าง นี่นับเป็นรางวัลเจ้า บ่ายนี้ให้พักครึ่งวัน ไปซื้อของกินของใช้ในเมือง ผ่อนคลายเสียบ้าง”

ฟางฉี่ถึงเชื่อว่าไม่ใช่หูฝาด ความยินดีพลันพวยพุ่ง รับเหรียญเงินนั้นด้วยสองมือ พลางร้องดัง “ขอบคุณอาจารย์!”

นี่คือ ‘เงินก้อนแรก’ ในโลกนี้ของเขาจริง ๆ!

ยินดีพลันคิดขึ้นได้ ว่าอาจารย์เลี้ยงเขามาสิบสี่ปี สอนวิชา สอน做人 ปกติก็มัธยัสถ์ เหรียญเงินหนึ่งเหรียญคงซื้อของดี ๆ ได้มาก

ตัวเขามีเงินแล้ว จะใช้คนเดียวได้? ต้องซื้อของอร่อยกลับไปให้อาจารย์!

เขาตัดสินใจในใจ แต่ไม่แสดงออกทางสีหน้า เพียงขอบคุณปรมาจารย์เก้าอีกครั้ง แล้วเก็บเหรียญเงินใส่อกอย่างระวัง

บ่าย ฟางฉี่เปลี่ยนเป็นเสื้อแขนสั้นผ้าเนื้อหยาบตัวสะอาด สอดเหรียญเงินหนักหน่วงไว้ในอก ย่างเท้าเบา ๆ ออกจากศาลาจัดงานศพ มุ่งตรงสู่ตลาดที่คึกคักที่สุดในเมืองจิ่วเฉวียน

เขาไม่มองของเล่นหรือขนมก่อนเหมือนวัยรุ่นทั่วไป แต่หาสิ่งที่ต้องการอย่างมีจุดหมาย

เขารู้ว่าปรมาจารย์เก้าไม่ชอบฟุ่มเฟือย ไม่ชอบขนมหวานแต่งตัว สุดท้ายหยุดที่ร้านอาหารปรุงสุกที่มีชื่อเสียงดี ชั่งหมูหัวตุ๋นพริกครึ่งชั่ง ที่มีมันและเนื้อพอเหมาะ แล้วไปซื้อที่แผงข้าง ๆ เป็นซาลาเปางาไส้งาร้อน ๆ หนึ่งห่อ

มองเนื้อในห่อกระดาษมันและซาลาเปาหอมกรุ่น ฟางฉี่เหมือนเห็นภาพอาจารย์นั่งจิบเหล้า กินอย่างพอใจยามค่ำ

เขาชั่งเหรียญทองแดงที่เหลือในอ้อมอก แล้วไปร้านเบ็ดเตล็ดชั่งใบชาธรรมดาที่ปรมาจารย์เก้ากินประจำครึ่งชั่ง

ของครบ เขาพอใจ ใช้เหรียญทองแดงสุดท้ายซื้อซาลาเปาไส้หมูสองลูก กัดไปพลาง เดินกลับศาลาจัดงานศพ

เขาเข้าไปทางลานหลัง เพราะรู้ว่าอาจารย์มักอยู่ที่นั่นยามนี้

果然 พอเข้าประตูลาน ก็เห็นปรมาจารย์เก้านั่งบนม้านั่งหินในลานกลางแจ้ง ใช้แสงสว่างอ่านหนังสือเก่าขอบเหลืองอยู่ เลิกคิ้วขมวดตามนิสัย

ได้ยินเสียงฝีเท้า ปรมาจารย์เก้าไม่เงยหน้า ถามเรียบ ๆ ว่า “กลับแล้ว? ใช้เงินหมดหรือ?”

“อาจารย์ ผมซื้อของมาบ้าง” ฟางฉี่เดินเข้าไปใกล้ วางของบนโต๊ะหิน

ปรมาจารย์เก้าจึงชำเลืองมอง กวาดตาผ่านห่อกระดาษมันเยิ้มและห่อใบชาที่คุ้นตา เลิกคิ้ว เอ่ยสงสัย

“อ้าว? ซื้ออะไร? หรือใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายกับขนมไม่อิ่มท้องพวกนั้น?”

“ไม่ใช่ อาจารย์”

ฟางฉี่รีบอธิบาย พลางแกะห่อกระดาษมัน

“ผมซื้อหมูหัวตุ๋น กับซาลาเปางาไส้งา ให้อาจารย์แกล้มเหล้าตอนค่ำ แล้วก็… ซื้อใบชาให้อาจารย์ครึ่งชั่ง”

ตอนที่หมูหัวสีซีอิ๊วเป็นมันและซาลาเปากรอบเหลืองหอมวางอยู่ตรงหน้า นิ้วพลิกหนังสือของปรมาจารย์เก้าก็หยุด

สายตาเขากวาดไปมาระหว่างหมู ซาลาเปา และใบชา สุดท้ายหยุดที่ใบหน้าคาดหวังของฟางฉี่

บรรยากาศเงียบไปหลายวินาที

ปรมาจารย์เก้าก้มหน้าลงแรง ๆ กระแอมเสียงดัง ไหล่กระตุกแทบไม่เห็น เขาถือหนังสือมือไม่ค่อยนิ่ง หน้ากระดาษพลิกดังกรอบแกรบ

“ฮึ!”

เสียงดังฮึดหนึ่งดังขึ้น เสียงสูงกว่าปกติ ฟังดูไม่เป็นธรรมชาติ

“มีเงินหน่อยก็ลืมตัว? ใช้เงินฟุ่มเฟือย! นี่… หมูหัวนี่ดูมันเยิ้ม ซาลาเปาก็ทำให้ร้อนใน ใบชา… ใบชาข้ายังมี!”

ปากบ่น แต่นัยน์ตากลับอดเหลือบมองหมูหัวตุ๋นไม่ได้ ลูกกระเดือกเหมือนจะขยับเบา ๆ

โดยเฉพาะได้ยินคำว่า “แกล้มเหล้า” มุมปากเคร่งขรึมแทบจะยกขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เขากลั้นไว้ จนสีหน้าประหลาด เหมือนอยากยิ้มแต่ฝืน

ฟางฉี่รู้ใจอาจารย์ดี จึงทำหน้านอบน้อม

“อาจารย์ ซื้อมาแล้ว คงคืนไม่ได้ วางไว้เดี๋ยวเสียก็น่าเสียดาย ไม่งั้น… เย็นนี้ผมจัดใส่จานให้ อาจารย์ลองชิมดูครับ?!”

ปรมาจารย์เก้าจ้องเขาอีกครั้ง คราวนี้แววตาไม่เข้มงวดนัก

เขาวางหนังสือ ลุกขึ้น เอามือไพล่หลัง เดินวนข้างม้านั่งหิน สองก้าว สุดท้ายเหมือนเจอทางลง หยุดเท้า พูดด้วยน้ำเสียง “เอาเจ้าไม่ลงจริง ๆ”

“ช่างเถิด! ซื้อแล้วก็ซื้อ จะให้เสียของได้ไง ลูกนับว่า… 咳 ยังมีน้ำใจ คราวนี้ไม่ว่าเจ้า”

เขายื่นมือ หยิบห่อใบชาขึ้นมาดูท่าทีสบาย ๆ ชั่งในมือ แล้วดมใกล้จมูก พึมพำเบา ๆ “ใบชาร้านนี้ใช้ได้”

จากนั้นสายตาเขาก็จับจ้องหมูตุ๋นกับซาลาเปาอย่าง “เปิดเผย” น้ำเสียงพยายามทำปกติ

“เย็นนี้… อืม เย็นนี้กินข้าวต้ม พอดี แกล้มด้วยก็แล้วกัน ไป หั่นหมู จัดใส่จานยกมา”

“ได้เลย อาจารย์!”

ฟางฉี่ตอบเสียงใส หยิบของวิ่งไปครัว ตอนหันหลังกลับ มุมปากยกยิ้มกว้าง

ข้างหลัง ปรมาจารย์เก้ามองแผ่นหลังศิษย์ที่กระปรี้กระเปร่า อดไม่อยู่ มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเงียบ ๆ ในใจคิด “ศิษย์คนนี้เลี้ยงไม่เสียแรง! ไม่เสียแรงจริง ๆ!” ตัวเขาเหมือนหนุ่มขึ้นหลายปี

เขารีบกระแอมอีกครั้ง กลับทำหน้าขรึม เอามือไพล่หลัง เดินไปครัวด้วยฝีเท้าที่เบากว่าปกติ ปากก็บ่นพึมพำ

“ไม่สมท่า ไม่สมท่าจริง ๆ…”

ทว่าทำนองนั้น ฟังยังไงก็แฝงความยินดีที่ซ่อนไม่อยู่

เนื้อหานี้ได้รับการคุ้มครอง ไม่อนุญาตให้พิมพ์ อ่านต่อได้ที่ BaoNovel.com