รุ่งสางวันถัดมา ขณะที่ฟ้ายังไม่ทันสว่าง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นในสนามฝึก
นักศึกษากว่าสามร้อยคนเร่งรุดออกจากที่พักของตน มารวมตัวกันบนลานโล่งหน้าโถงอีหลุน
เมื่อคืนหัวหน้าโถงและหัวหน้าหอจัดทำรายชื่อแบ่งกลุ่มเสร็จแล้ว บัดนี้ต่างถือรายชื่อไว้ในมือ ค่อย ๆ ขานชื่อทีละคน
ฉินฮ่าวหรานยืนอยู่บนบันไดหน้าโถงอีหลุน กำชับเรื่องที่ควรระวังอีกสองสามประโยค จากนั้นก็โบกมือ นักศึกษากว่าสามร้อยคนจึงหลั่งไหลออกจากสนามฝึกราวกระแสน้ำ มุ่งหน้าไปยังทั่วทุกทิศของเมืองหลวง
ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่จากกรมกลาโหมก็มาแจ้งว่า เสนาบดีเนี่ยเรียกพบ
เมื่อฮ่าวหรานพบเนี่ยเป้า เขาไม่ได้สวมชุดขุนนาง หากอยู่ในเครื่องแบบทหาร สวมหมวกเหล็ก เกราะหนัง คลุมทับด้วยเสื้อคลุมศึก คาดกระบี่ไว้ที่เอว สวมรองเท้าหุ้มแข้ง ดูองอาจและเคร่งขรึม
เขายืนอยู่ในกระโจมบัญชาการกลางของกองทัพรักษานคร บนโต๊ะมีแผนที่การป้องกันประตูเมืองทั้งเก้าของเมืองหลวงกางอยู่ กำลังปรึกษาราชการทหารกับเหล่าแม่ทัพด้วยเสียงแผ่วเบา
ครั้นเห็นฉินฮ่าวหรานมาถึง เขาก็พยักหน้าเล็กน้อย
“ราชบัณฑิตฉิน วันนี้เจ้าติดตามข้าไปตรวจตราตามจุดต่าง ๆ ทั้งแนวป้องกันประตูเมืองทั้งเก้า คลังเสบียงและลานเก็บเสบียง สำนักยาและโรงแจกโจ๊ก ตลอดจนสถานที่ฝึกกำลังชาวบ้าน จงตรวจดูให้ครบถ้วน เจ้าได้รับพระบัญชาจากฝ่าบาทให้ประกาศพระราชโองการแก่กองทัพรักษานคร ตรวจตรายุทโธปกรณ์ และดูแลประตูเมืองทั้งเก้า ภารกิจสำคัญเหล่านี้ เจ้าต้องจดจำให้ขึ้นใจ”
ฉินฮ่าวหรานประสานมือค้อมกาย “ข้าน้อยน้อมรับบัญชา”
ทั้งสองขึ้นม้าออกจากกองทัพรักษานคร แล้วตรวจตราไปตามแนวกำแพงเมือง
จุดแรกคือประตูเต๋อเซิ่ง ประตูเต๋อเซิ่งเป็นประตูทางเหนือของเมืองหลวง หันตรงไปยังทิศทางที่ทหารม้ามองโกลจะบุกเข้ามา จึงเป็นจุดสำคัญยิ่งในการป้องกัน
บนกำแพงเมือง ทหารกำลังขนท่อนซุงกลิ้งและศิลาถล่มอย่างขะมักเขม้น ทั้งยังตั้งปืนใหญ่ฝูล่างจี
แม่ทัพวัยกลางคนผู้หนึ่งเดินเข้ามารายงานสถานการณ์การป้องกันต่อเนี่ยเป้า
บนกำแพงจัดทหารไว้กี่คน มีปืนใหญ่กี่กระบอก กระสุนมีเพียงพอหรือไม่ จุดรักษาผู้บาดเจ็บตั้งอยู่ที่ใด เสบียงจะพอกินได้กี่วัน
