แรกเริ่ม ฉินฮ่าวหรานคิดว่าเรื่องนี้เป็นเพราะหยางโจวมั่งคั่ง บุตรหลานตระกูลบัณฑิตจึงมีความเป็นอยู่พรั่งพร้อม
ทว่าไม่นานนัก เขาก็ล่วงรู้ความจริงจากถ้อยคำอ้อมค้อมของบรรดานักศึกษาและบทสนทนาสัพเพเหระของคนเฝ้าประตู นักศึกษาผู้ใช้จ่ายฟุ่มเฟือยและมีความรู้กว้างขวางเหล่านี้ ที่แท้ส่วนใหญ่เป็นบุตรหลานพ่อค้าเกลือแห่งหยางโจว!
พ่อค้าเกลือ... กลุ่มคนพิเศษซึ่งอาศัยระบบผูกขาดของราชสำนักจนมั่งคั่งที่สุดในใต้หล้า
ตามกฎหมาย บุตรหลานของพวกเขาไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมการสอบคัดเลือกขุนนาง
นี่คือข้อจำกัดที่ราชสำนักกำหนดขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้อำนาจพ่อค้าแทรกซึมเข้าสู่ระบบขุนนาง
ทว่าบุตรหลานพ่อค้าเกลือเหล่านี้กลับได้รับการศึกษาชั้นเลิศในสำนักศึกษาอันเลื่องชื่อ โดยไม่ด้อยไปกว่านักศึกษาที่เดินบนเส้นทางการสอบคัดเลือกขุนนางแม้แต่น้อย
พวกเขาอ่านตำราไม่ใช่เพื่อชื่อเสียงและตำแหน่ง แล้วเพื่อสิ่งใดกัน?
คำตอบค่อย ๆ กระจ่างขึ้น หลังฉินฮ่าวหรานบังเอิญพบเห็นการทดสอบประจำสำนักศึกษาครั้งหนึ่ง
วันนั้นมิใช่วันบรรยายอย่างเป็นทางการ ทว่ากลับมีนักศึกษากว่าสิบคนรวมตัวกันอยู่ในโถงเล็กแห่งหนึ่งของสำนักศึกษา
เดิมทีฉินฮ่าวหรานตั้งใจจะไปหอเก็บตำรา ครั้นเดินผ่านแล้วได้ยินเสียงผู้คนจากด้านใน จึงชะโงกมองผ่านช่องหน้าต่าง ก่อนหยุดฝีเท้าลง
ผู้ดำเนินการทดสอบในโถงกลับเป็นอาจารย์ใหญ่หยางด้วยตนเอง อีกทั้งยังมีบุคคลหลายคนที่ดูคล้ายผู้อาวุโสหรือคหบดีในเมืองนั่งอยู่ด้วย
นักศึกษานั่งแยกกันอยู่สองฝั่ง ทุกคนล้วนนั่งตัวตรงอย่างสำรวม
เนื้อหาการทดสอบมิใช่การตีความคัมภีร์ หากเป็นบทความเชิงนโยบาย
หัวข้อเขียนอยู่บนกระดานไม้หน้าห้องว่า “อภิปรายข้อดีข้อเสียของวิธีจัดการเกลือแห่งเหลียงหวย พร้อมเสนอแนวทางปรับปรุง”
ฉินฮ่าวหรานใจไหววูบ หัวข้อนี้เกี่ยวพันกับผลประโยชน์พื้นฐานของพ่อค้าเกลือโดยตรง เขาจึงถอยไปหลบหลังเสาระเบียง ตั้งใจฟังอย่างสงบ
นักศึกษาเริ่มทำข้อสอบ ใช้เวลาราวหนึ่งชั่วยาม จากนั้นอาจารย์ใหญ่หยางก็เก็บกระดาษคำตอบและตรวจประเมินต่อหน้าทุกคน
