ฉินฮ่าวหรานโขกศีรษะ “กระหม่อมรับพระบัญชา! กระหม่อมจะปฏิบัติหน้าที่อย่างสุดกำลัง ประกาศพระเมตตาและช่วยเหลือราษฎรผู้ประสบภัย ไม่ทำให้ฝ่าบาทและชาวเจียงหนานต้องผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ!”
จักรพรรดิเทียนเฟิ่งพยักหน้า แล้วพระราชทานเสื้อคลุมผ้าไหมเนื้อดีสีแดงชาดหนึ่งชุด เงินสองร้อยสิบตำลึง พร้อมมีรับสั่งให้ผู้บัญชาการองครักษ์ลับหนึ่งนายและทหารสิบคนคุ้มกัน อีกทั้งให้เจ้าหน้าที่กรมคลังหนึ่งนายร่วมควบคุมดูแลเงินและเสบียง
ฉินฮ่าวหรานโขกศีรษะอีกครั้ง ก่อนถอยออกจากตำหนักเหวินหัว
นอกตำหนัก แสงแดดเจิดจ้าจนแสบตา
เขาหรี่ตาลง มองตำหนักสูงตระหง่านที่อยู่ไกลออกไป ความฮึกเหิมพลันเอ่อท้นในใจ
ทว่าเพิ่งเดินมาถึงประตูอู่เหมิน ก็เห็นร่างคุ้นตายืนอยู่ใต้ชายคา เป็นพ่อบ้านของสวีฉี่พ่อตาของเขา
สวีอันค้อมกายกล่าว “คุณชาย นายท่านเชิญท่านไปพบที่จวนขอรับ”
ฉินฮ่าวหรานพยักหน้า แล้วเดินตามสวีอันไปยังจวนสวี
ภายในห้องหนังสือของจวนสวี สวีฉี่กำลังสนทนากับจั่วเหวยชิง รองเสนาบดีลำดับที่สองแห่งคณะเสนาบดี
ฉินฮ่าวหรานรีบคารวะ “คารวะท่านจั่ว คารวะท่านพ่อตา”
จั่วเหวยชิงโบกมือ ยิ้มกล่าว “ไม่ต้องมากพิธี นั่งเถิด”
ฉินฮ่าวหรานนั่งลงตรงที่นั่งท้ายสุด
สวีฉี่เอ่ยก่อน “จิ่งสิง การลงใต้ไปบรรเทาทุกข์ครั้งนี้เป็นทั้งความไว้วางพระทัยของฝ่าบาทและโอกาสของเจ้า ทว่าสถานการณ์ในเจียงหนานซับซ้อน เจ้าต้องรู้เท่าทัน”
ฉินฮ่าวหรานกล่าว “ขอท่านพ่อตาชี้แนะ”
จั่วเหวยชิงรับคำต่อ “อุทกภัยในเจียงหนานมิใช่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ทุกครั้งที่ราชสำนักส่งคนไปบรรเทาทุกข์ ย่อมตรวจพบการทุจริตอยู่บ้าง เรื่องเหล่านี้ บางเรื่องสมควรตรวจสอบ บางเรื่อง…ตรวจสอบไม่ได้”
ฉินฮ่าวหรานเงยหน้ามองจั่วเหวยชิง
จั่วเหวยชิงยกถ้วยชาขึ้นจิบ สายตาแฝงความหมายลึกซึ้ง “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพราะเหตุใด? เพราะขุนนางในเจียงหนานจำนวนมากเป็นศิษย์และสหายเก่าของขุนนางใหญ่ในราชสำนัก หากเจ้าตรวจสอบนายอำเภอคนหนึ่ง อาจกระทบผลประโยชน์ที่ฝังรากลึกของเสนาบดีบางคน
