กาลเวลาผันผ่าน ฤดูใบไม้ร่วงล่วงไป ฤดูหนาวมาเยือน กิ่งใบของต้นสนโบราณนอกหน้าต่างจับน้ำค้างแข็งบาง ๆ มาหลายครา พริบตาเดียวก็ถึงเดือนสิบสองแล้ว ภายในสำนักศึกษาเอกชนฉงเหวิน การเรียนในขั้นพื้นฐานใกล้สิ้นสุดลง ก่อนหน้านี้หนึ่งเดือน ท่านอาจารย์หลี่ได้แจ้งบรรดาผู้ปกครองของเหล่าเด็กนักเรียนไว้แล้วว่า เมื่อสิ้นปีให้มาที่สำนักศึกษา มีเรื่องจะหารือ
วันนั้น บรรยากาศในห้องเรียนต่างจากทุกวัน แฝงความตึงเครียดและความคาดหวังอยู่ลาง ๆ ท่านอาจารย์หลี่มิได้สอนเนื้อหาใหม่ หากแจกกระดาษโจทย์ให้เด็กนักเรียนห้องเรียนปิ่งทุกคนเป็นครั้งแรก เพื่อจัดการทดสอบอย่างง่ายขึ้น
โจทย์ไม่ซับซ้อน มีใจความว่า “จงใช้ภาษาสามัญเขียนบรรยายทิวทัศน์ฤดูใบไม้ผลิมาหนึ่งตอน ไม่จำกัดจำนวนอักษร ขอเพียงประโยคไหลลื่นและพรรณนาได้ชัดเจน”
จุดประสงค์คือทดสอบความสามารถพื้นฐานในการเรียบเรียงและถ่ายทอดความคิดของเด็ก ๆ หลังจากเรียนรู้การอ่านเขียน การแต่งคำคล้องจอง และการฝึกเขียนจดหมายสั้นมาตลอดเกือบหนึ่งปี เหล่าเด็กนักเรียนต่างหยิบพู่กันขึ้น บ้างเกาศีรษะอย่างครุ่นคิด บ้างก้มหน้าขีดเขียนอย่างรวดเร็ว
ฉินฮ่าวหรานคลี่กระดาษข้อสอบออก ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจรดพู่กันลงอย่างมั่นคง เขามิได้มุ่งใช้ถ้อยคำวิจิตรหรูหรา หากถ่ายทอดภาพชนบทในฤดูใบไม้ผลิด้วยภาษาราบเรียบและลื่นไหล
ภาพที่ถ่ายทอดออกมามีชั้นเชิงชัดเจน ไล่จากใกล้ไปไกล ผสานความเคลื่อนไหวกับความสงบนิ่ง ประโยคต่อเนื่อง ใช้ถ้อยคำแม่นยำ ตรงตามข้อกำหนดการทดสอบของท่านอาจารย์หลี่ทุกประการ
หลังรวบรวมกระดาษข้อสอบแล้ว ท่านอาจารย์หลี่ก็ตรวจจนดึกดื่น วันรุ่งขึ้นจึงประกาศผล พร้อมจัดลำดับตามธรรมเนียมของสำนักศึกษาเป็นสี่ระดับ ได้แก่ เจี่ย อี่ ปิ่ง และติง บทความของฉินฮ่าวหรานใช้ภาษาเป็นระเบียบและพรรณนาได้มีชีวิตชีวา จึงได้ระดับเจี่ย ครองอันดับหนึ่งอย่างโดดเด่น
