คืนวันที่ 25 เดือนแปด ฉินฮ่าวหรานได้รับรายงานการรบชุดแรกในกระโจม ณ ค่ายฝั่งตะวันตกของเมือง
ทหารม้าเบาฝีมือฉกาจ 3,000 นาย คัดเลือกจากกองทัพเหลียวตงและเซวียนต้า จัดตั้งเป็น “หน่วยก่อกวนจู่โจม” โดยมีหลี่เฉิงเหลียง แม่ทัพกองกำลังลาดตระเวนแห่งเหลียวตงเป็นผู้บัญชาการ หลี่เฉิงเหลียงมีอายุเพิ่งสามสิบต้น ๆ รูปร่างกำยำ ไหล่กว้าง เอวหนา ใบหน้าคล้ำเข้ม ดวงตาคมกริบราวเหยี่ยว
เขาเติบโตมาจากกองทหารม้าเหล็กแห่งเหลียวตง ตั้งแต่วัยเยาว์ก็ใช้ชีวิตอยู่บนหลังม้า จึงเข้าใจยุทธวิธีทหารม้าเป็นอย่างดี
คืนนั้น หลี่เฉิงเหลียงนำทหารม้า 500 นายออกจากค่ายฝั่งตะวันตกของเมือง อ้อมไปยังปีกข้างค่ายใหญ่ของมองโกล แล้วเปิดฉากจู่โจมยามราตรีเป็นครั้งแรก
เมื่อพวกเขาลอบเข้าใกล้รอบนอกค่ายใหญ่ของมองโกล ก็ล่วงเข้ายามสามแล้ว แม้ชาวมองโกลจะเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทว่าต้องเดินทัพ ตั้งค่าย และปล้นสะดมติดต่อกันหลายวัน เหล่าทหารจึงเหนื่อยล้าเต็มที แม้แต่ทหารยามลาดตระเวนยังเริ่มง่วงงุน เมื่อหลี่เฉิงเหลียงออกคำสั่ง ทหารม้า 500 นายก็แบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มหนึ่งจุดไฟเผา อีกกลุ่มระดมยิงธนู ส่วนกลุ่มสุดท้ายส่งเสียงโห่ร้องคอยล่อความสนใจ
คบเพลิงถูกจุดขึ้น ลูกธนูพร่างพรูดุจห่าฝนพุ่งเข้าใส่ค่ายใหญ่ของมองโกล กระโจมถูกไฟไหม้ ม้าตื่นตกใจส่งเสียงร้อง ทหารมองโกลสะดุ้งตื่นจากนิทรา แตกตื่นอลหม่าน ทหารม้าต้าเยว่ควบวนไปมานอกค่าย คอยยิงธนูเข้าไปไม่ขาดสาย พอยิงธนูหมดหนึ่งแล่งก็หันหัวม้าหนี เปลี่ยนเอาอีกแล่งแล้วย้อนกลับมาโจมตีใหม่
ครั้นชาวมองโกลจัดกำลังโต้กลับ กองทัพต้าเยว่ก็ถอนตัวไปจนหมดสิ้น หายลับไปในความมืดแห่งราตรีแล้ว
คืนนั้น หน่วยก่อกวนจู่โจมเปลี่ยนทิศทางถึงสามด้าน เปิดฉากโจมตีสามครั้ง ทุกครั้งล้วนไม่ยืดเยื้อ ยิงธนูเสร็จ จุดไฟเสร็จก็ล่าถอย ชาวมองโกลไล่ตามก็ไม่ทัน ตั้งรับก็ไม่อยู่ ทั้งคืนจึงมิอาจหลับให้นอนเป็นสุข
