วันที่ 24 เดือนแปด ฟ้ายังไม่สาง ฉินฮ่าวหรานก็พาถานหลุนออกจากเมืองแล้ว
ทงโจวอยู่ห่างจากเมืองหลวงไปทางตะวันออก 40 ลี้ เป็นปลายทางของคลองใหญ่จิงหาง และยังเป็นคลังเสบียงอันดับหนึ่งของใต้หล้า
นับแต่สมัยไท่จงย้ายเมืองหลวงมายังปักกิ่ง ข้าวสารที่ขนส่งมาจากเจียงหนานในแต่ละปีเจ็ดส่วนล้วนเก็บไว้ในคลังทงโจว เสบียงในคลังทงโจวมิได้มีไว้เพียงหล่อเลี้ยงทหารและราษฎรนับล้านในเมืองหลวง หากยังสำรองไว้เป็นเสบียงทัพชายแดน เสบียงบรรเทาภัยพิบัติ และเสบียงยามฉุกเฉิน นับเป็นเส้นเลือดใหญ่ของราชวงศ์ต้าเยว่
ฉินฮ่าวหรานขี่ม้านำอยู่หน้าสุด ด้านหลังมีฉินเหอวั่ง ฉินเถี่ยหลี่ และฉินเหอวา ตามด้วยถานหลุนและทหารม้าจากกองทัพรักษานครอีกยี่สิบนาย ทั้งคณะควบม้าตามถนนหลวงมุ่งไปทางตะวันออก เสียงกีบม้ากระทบพื้นดังถี่กระชั้นกังวานใส สะท้อนอยู่ในม่านหมอกยามเช้า
กำแพงเมืองทงโจวปรากฏอยู่เบื้องหน้าแล้ว
นอกประตูเมืองเป็นพื้นที่โล่งกว้าง เพื่อป้องกันทหารม้าศัตรูซุ่มซ่อนอาศัยพงหญ้ากำบัง จึงถางหญ้าจนสิ้น ไม่เหลือแม้แต่ต้นเดียว แม้แต่เนินเตี้ยและพุ่มไม้รกก็ถูกปรับให้ราบเรียบ เหลือเพียงที่โล่งดินแข็งไร้พืชพรรณ ต่อให้หน่วยลาดตระเวนขนาดเล็กของศัตรูเข้าใกล้ ก็ไร้ที่หลบซ่อน
ฉินฮ่าวหรานรั้งบังเหียนม้าหยุดอยู่ริมคูเมือง เงยหน้ามองทหารรักษาการณ์บนกำแพงซึ่งเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ก่อนยกหนังสือราชการจากกรมกลาโหมในมือขึ้นโบก แล้วขานชื่อเสียงดัง
ทหารบนกำแพงเห็นธงและหนังสือราชการชัดเจน ก็ไม่กล้าละเลย รีบหย่อนตะกร้าลงมา แล้วชักหนังสือราชการขึ้นไปตรวจสอบก่อน
เมื่อยืนยันว่าไม่มีสิ่งใดผิดพลาด แม่ทัพรักษาเมืองก็ประสานมือคำนับจากช่องกำแพงด้วยตนเอง สั่งให้หย่อนตะกร้าลงมาอย่างช้า ๆ แล้วรับฉินฮ่าวหรานและคณะเข้าเมืองไปทีละคน
ฉินฮ่าวหรานและคณะเดินตามโจวเหวยหยวนเข้าไปยังโถงหลักของที่ว่าการทงโจว เพิ่งนั่งลงรับชา ก็มีเสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมาจากด้านนอกโถง จ้าวเฉิงเย่ ผู้บัญชาการกองทัพรักษาทงโจว สวมเกราะคลุมสีแดงชาด พกดาบยาวไว้ที่เอว ก้าวเข้ามาอย่างองอาจ
