ม่ายฝูเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน “ท่านอาจารย์ฉิน ข้าน้อยตรวจนับนางกำนัลอาวุโสในวังเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่อายุเกิน 25 ปีและสมัครใจออกจากวังมีทั้งสิ้น 688 คน รายชื่ออยู่ที่นี่ ขอท่านโปรดตรวจดู”
เขาหยิบสมุดเล่มหนึ่งออกจากแขนเสื้อ ประคองส่งให้ด้วยสองมือ
ฉินฮ่าวหรานรับมา พลิกเปิดอ่านอย่างละเอียด
ในสมุดมีรายชื่อ อายุ ภูมิลำเนา ปีที่เข้าวัง และตำหนักที่รับใช้เขียนเรียงแน่นขนัด
ตัวอักษรเป็นระเบียบเรียบร้อย เห็นได้ชัดว่าตั้งใจจัดทำอย่างพิถีพิถัน
ฉินฮ่าวหรานปิดสมุด มองม่ายฝูด้วยแววตาจริงใจ “ขันทีม่ายจัดการธุระได้ละเอียดรอบคอบ ข้าน้อยนับถือ”
ม่ายฝูชะงักไปเล็กน้อย ก่อนยิ้มออกมา “ท่านอาจารย์ฉินชมเกินไปแล้ว ข้าน้อยเพียงทำตามหน้าที่เท่านั้น”
ฉินฮ่าวหรานกล่าวต่อ “หลังคนเหล่านี้ออกจากวังแล้ว จะจัดการเรื่องแต่งงานหรือหาที่อยู่ให้พวกนางอย่างไร ข้าน้อยยังต้องหารือกับกรมกลาโหม เพียงแต่...ข้าน้อยมีเรื่องหนึ่งอยากขอคำชี้แนะจากขันที”
ม่ายฝูกล่าว “ท่านอาจารย์ฉินโปรดกล่าว”
ฉินฮ่าวหรานกล่าว “นางกำนัลเหล่านี้อยู่ในวังมาหลายปี ครั้นต้องออกจากวังในคราวเดียว ย่อมอดหวาดหวั่นมิได้ ข้าน้อยอยากขอให้ขันทีช่วยชี้แจงแก่พวกนางก่อนปล่อยตัวว่า เมื่อออกจากวังแล้ว พวกนางจะเลือกแต่งงานกับทหาร หรือรับเงินแล้วกลับภูมิลำเนาก็ได้ตามใจสมัคร ผู้ใดอยากแต่งก็แต่ง ผู้ใดไม่อยากแต่งก็ไม่บังคับ”
ม่ายฝูนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งหลังฟังจบ แล้วพลันลุกขึ้น คำนับฉินฮ่าวหราน
ฉินฮ่าวหรานรีบลุกตาม “ขันทีทำเช่นนี้ด้วยเหตุใด?”
ม่ายฝูยืดกายขึ้นกล่าว “ท่านอาจารย์ฉิน ข้าน้อยอยู่ในวังมานานกว่ายี่สิบปี พบเห็นนางกำนัลถูกปล่อยตัวออกไปไม่รู้เท่าไร แต่ไม่เคยมีผู้ใดถามพวกนางสักครั้งว่าสมัครใจหรือไม่ คำถามของท่านแสดงว่าท่านคำนึงถึงพวกนางจากใจจริง ข้าน้อยขอขอบคุณท่านแทนพวกนาง”
