ฉินฮ่าวหรานตบไหล่ญาติผู้พี่เบา ๆ “สมควรกลับไปแล้ว เช่นนั้นเจ้าจัดเตรียมข้าวของ พรุ่งนี้ก็ออกเดินทางเถิด ที่บ้านยามนี้ต้องการเจ้าที่สุด”
ฉินเหอวั่งกลับชะงักงัน รอยยินดีบนใบหน้าค่อย ๆ เลือนหาย แทนที่ด้วยความลังเล
เขาก้มมองมือของตน มือคู่นั้นหยาบกร้านเพราะฝึกยุทธ์ ทว่ายามนี้กลับสั่นระริกเล็กน้อย
ผ่านไปเนิ่นนานจึงเงยหน้าขึ้น “ไม่ ข้ายังไม่กลับไปในระยะนี้”
คราวนี้ฉินฮ่าวหรานเป็นฝ่ายชะงัก “เพราะเหตุใด? ชุนเถาตั้งครรภ์เป็นเรื่องใหญ่ เจ้าควรอยู่ดูแลนาง”
ฉินเหอวั่งส่ายหน้า ก่อนนั่งลงบนม้านั่งหินกลางลาน สายตามองไปยังแนวหลังคาซ้อนกันของสำนักศึกษาที่อยู่ไกลออกไป “ฮ่าวหราน เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงติดตามเจ้ามาสำนักศึกษา?”
ไม่รอให้ฉินฮ่าวหรานตอบ เขาก็กล่าวต่อไปเอง
“มิใช่เพียงเพื่อดูแลความเป็นอยู่ของเจ้า และมิใช่เพียงเพื่อเรียนรู้วิชายุทธ์บ้างเท่านั้น ท่านอาโส่วเย่ ท่านพ่อของข้า และผู้อาวุโสในตระกูลต่างกำชับไว้ว่า ฮ่าวหรานคือความหวังของตระกูลฉิน ความปลอดภัยของเจ้าสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ข้าฉินเหอวั่งไม่มีความสามารถอันใดนัก แต่การคุ้มครองเจ้า ให้เจ้าได้อ่านตำราอย่างวางใจ นี่คือเรื่องใหญ่ที่สุดที่ข้าทำเพื่อตระกูลได้”
เขาหันกลับมามองฉินฮ่าวหราน “ชุนเถาตั้งครรภ์ ข้าย่อมยินดี แม้แต่ในฝันก็ยังยินดี ทว่าข้าก็รู้ว่า…หากเจ้าสอบได้จิ้นซื่อ ตระกูลฉินของเราก็จะเปลี่ยนสถานะไปอย่างแท้จริง”
ฉินฮ่าวหรานสะเทือนใจ “แต่ชุนเถานาง…”
ฉินเหอวั่งกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “มีท่านแม่ของข้าคอยดูแลชุนเถา ทั้งยังมีท่านอาหญิงและท่านป้าทั้งหลายในตระกูลคอยช่วยเหลือ นางย่อมไม่เป็นไร หากข้ากลับไปยามนี้ ก็ช่วยอันใดไม่ได้ อีกทั้งในสำนักศึกษาก็ใช่ว่าทุกคนจะเป็นมิตรกับเจ้า พอถึงเทศกาลปีใหม่ พวกเราสองพี่น้องค่อยกลับไปด้วยกัน…ถึงตอนนั้นเจ้าต้องเตรียมซองแดงไว้ให้พร้อม…”
