ฉินฮ่าวหรานขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาไม่ได้เอ่ยขึ้นทันที เพียงยกถ้วยชาขึ้น เป่าฟองบนผิวชาเบา ๆ แล้วจิบชารสฝาดเล็กน้อยไปคำหนึ่ง
เมื่อวางถ้วยชาลง ก้นถ้วยกระทบโต๊ะเกิดเสียงเบา ๆ จากนั้นจึงเอ่ยว่า
“ผู้อาวุโสทุกท่าน ความคิดที่จะขยายการเลี้ยงเป็ดนั้นเป็นเรื่องดี ใครบ้างไม่อยากให้หมู่บ้านมีรายรับเพิ่มขึ้น ให้ชีวิตของคนในตระกูลดียิ่งขึ้น?”
เขากล่าวชื่นชมเจตนาแรกเริ่มของทุกคนก่อน แล้วจึงเปลี่ยนประเด็น “แต่ข้าเห็นว่าเรื่องนี้...จำเป็นต้องพิจารณาให้รอบคอบ”
ทุกคนต่างหันมามองฉินฮ่าวหราน
ภายในศาลบรรพชนเงียบลงชั่วขณะ บัดนี้บารมีของฉินฮ่าวหรานในตระกูลเพิ่มพูนขึ้นทุกวัน มิใช่เพียงเพราะฐานะเจี้ยหยวนเท่านั้น หากยังเป็นเพราะความน่าเชื่อถือที่เกิดจากการทำงานรอบคอบและคิดอ่านถี่ถ้วน
ไม่มีผู้ใดมองข้ามคำพูดของเขา
นิ้วมือของฉินฮ่าวหรานลากไปบนโต๊ะ วาดเค้าโครงของหมู่บ้านขึ้นมา “หมู่บ้านหลิวถังของเรามีพื้นที่อยู่เพียงเท่านี้ บ่อน้ำ ลำน้ำสาขา และพื้นที่น้ำตื้นริมฝั่ง ล้วนมีขอบเขตแน่นอนว่าจะใช้เลี้ยงเป็ดได้มากเพียงใด
นาข้าว นาข้าวสาลี และแปลงผัก ล้วนละเลยไม่ได้ ต้องใช้แรงงานจำนวนมากคอยดูแล หากเอาแต่เพิ่มจำนวนเป็ด เป็ดมีมากเกินไป พื้นที่ไม่พอ ก็ย่อมเบียดบังพื้นที่ส่วนอื่น หรือไม่ก็เลี้ยงกันหนาแน่นเกินไป”
“การเลี้ยงสัตว์ปีกและปศุสัตว์ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดมีอยู่สองอย่าง อย่างแรกคือโรคระบาด เมื่อเป็ดอยู่รวมกัน หากเกิดโรคระบาดอย่างโรคห่าไก่หรือโรคห่าเป็ดขึ้นมา ก็แพร่กระจายรวดเร็วยิ่ง มิใช่ล้มตายเพียงตัวสองตัว แต่จะล้มตายเป็นฝูง ถึงตอนนั้นอย่าว่าแต่จะหาเงินเลย แม้แต่ต้นทุนก็ต้องขาดทุนจนหมดสิ้น หลายปีก็ยังฟื้นตัวไม่ได้
