พวกเขาสนใจลูกเป็ดกับวิธีป้องกันโรคที่เราจัดหาให้เป็นพิเศษ ส่วนทางหมู่บ้านหลี่วา สิ่งที่ถูกใจพวกเขาคือคำมั่นว่าจะรับซื้ออย่างมั่นคง”
“แต่ทางหมู่บ้านหวังจวง... ผู้ใหญ่บ้านกับผู้ดูแลกิจการอีกหลายคนต่างกังวลไม่น้อย
พวกเขาคิดว่าแม้เงื่อนไขที่เราเสนอจะดี ทว่าข้อผูกมัดก็มีมาก เกรงว่าเมื่อเลี้ยงเป็ดจนโตแล้ว เราจะหาเหตุลดราคา หรือไม่ก็หวั่นใจบทลงโทษในสัญญา จึงบอกว่าขอพิจารณาอีกสักระยะ รอดูว่าหมู่บ้านเหอโข่วกับหมู่บ้านหลี่วาทำได้ดีเพียงใดแล้วค่อยว่ากัน”
ท่านอาสามฉินแค่นเสียง “หวังหมาจื่อแห่งหมู่บ้านหวังจวงผู้นั้น เจ้าเล่ห์ประหนึ่งลิงมาแต่ไหนแต่ไร ไม่เห็นกระต่ายก็ไม่ยอมปล่อยเหยี่ยว ช่างเขาเถิด! พวกเราพาคนที่เต็มใจลงมือทำก่อน สร้างผลงานให้เห็นเป็นตัวอย่าง ถึงยามนั้นยังจะกลัวว่าเขาไม่มาร้องขอเข้าร่วมอีกหรือ!”
ฉินฮ่าวหรานมิได้ประหลาดใจกับผลลัพธ์นี้ ทั้งยังเห็นว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
มีถึงสองหมู่บ้านที่ยินดีลองเป็นแห่งแรก นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้ว
หมู่บ้านหวังจวงขอเฝ้าดูสถานการณ์ก่อนก็เป็นเรื่องปกติ เช่นนั้นก็ทุ่มกำลังไปกับการร่วมมือกับหมู่บ้านเหอโข่วและหมู่บ้านหลี่วาให้ดี สร้างผลลัพธ์ให้เป็นที่ประจักษ์ เมื่อมีตัวอย่างให้เห็น เรื่องหลังจากนี้ก็ย่อมจัดการได้ง่าย
จากนั้นจึงเป็นการหารือรายละเอียดที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
ฉินโส่วเย่ออกเดินทางไปมาอีกครั้ง เพื่อหารือรายละเอียดกับหัวหน้าหมู่บ้านและผู้อาวุโสในตระกูลของหมู่บ้านเหอโข่วและหมู่บ้านหลี่วา
ท้ายที่สุด ภายใต้การเป็นพยานของเสมียนจากกรมครัวเรือนของที่ว่าการอำเภอ ตระกูลฉินกับหมู่บ้านเหอโข่วและหมู่บ้านหลี่วาก็ลงนามในสัญญาเลี้ยงเป็ดร่วมกันระหว่างหมู่บ้านเป็นเวลาหนึ่งปีอย่างเป็นทางการ ลายลักษณ์อักษรบนกระดาษขาวหมึกดำ ตราประทับสีแดงปรากฏชัด นับเป็นก้าวแรกของรูปแบบการพัฒนาหมู่บ้านหลิ่วถัง
