วันที่สองเดือนหนึ่ง ท้องฟ้าแจ่มใส ลมเหนือเย็นยะเยือกที่พัดกระหน่ำมาหลายวันก็รู้จักผ่อนกำลังลงบ้าง
ตามธรรมเนียมของหมู่บ้านหลิวถังและทั่วทั้งอำเภอจิ่งหลิง วันนี้เป็นวันที่บุตรสาวซึ่งออกเรือนไปแล้วจะพาสามีและบุตรกลับบ้านเดิม เรียกว่า ‘กลับประตู’ สื่อถึงสายสัมพันธ์ทางสายเลือดและความผูกพันยืนยาวระหว่างสองตระกูลที่เกี่ยวดองกัน
เฉินซื่อตื่นแต่เช้าตรู่ วุ่นอยู่ในครัว นางนำหมั่นโถวลายดอกพุทราที่ตั้งใจทำเตรียมไว้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ออกจากลังนึ่ง ขนมชนิดนี้ทำจากแป้งหมัก ปั้นเป็นรูปดอกไม้แล้วประดับด้วยพุทราสีแดงสด แต่ละชิ้นอวบอิ่มได้รูปทรง สื่อถึงชีวิตที่เจริญรุ่งเรืองและหวานชื่น
นางตรวจผ้าหยาบที่ทบไว้อย่างเรียบร้อยอีกครั้ง ผ้าทอเองยาวหลายฉื่อ เนื้อหนา เส้นยืนเส้นพุ่งแน่นทึบ นางอุตสาหะทอขึ้นทีละกระสวย นำไปมอบให้คนบ้านเดิมตัดเย็บเสื้อผ้า นับเป็นของขวัญที่ทั้งใช้ประโยชน์ได้และแสดงน้ำใจ
ฉินหย่วนซานก็จัดเตรียมตัวเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนมาสวมเสื้อคลุมผ้าฝ้ายสีน้ำเงินคราม ซึ่งจะสวมเฉพาะในเทศกาลปีใหม่หรือโอกาสสำคัญเท่านั้น ส่วนฉินเหอวั่ง อาหลิง และโต้วเหนียงยิ่งตื่นเต้นเป็นพิเศษ โดยเฉพาะฉินเหอวั่ง พอคิดว่าจะได้กินของอร่อยมากมายที่บ้านยาย ทั้งยังได้เล่นกับลูกพี่ลูกน้อง ก็อดวิ่งวนไปมาในห้องไม่ได้
เฉินซื่อเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ทว่าสายตากลับไปหยุดอยู่ที่ฉินฮ่าวหรานซึ่งยืนนิ่งอยู่ข้างประตู มองพวกเขาวุ่นวายกันอยู่ นางควรพาเขาไปด้วยหรือไม่? บ้านเดิมอยู่ไม่ไกลนัก แต่ก็เป็นหมู่บ้านที่มีคนอีกตระกูลหนึ่งอาศัยรวมกัน
จะทิ้งเขาไว้ที่บ้านตามลำพังหรือ? เทศกาลปีใหม่เช่นนี้ ทุกครัวเรือนล้วนพร้อมหน้าครื้นเครง หากปล่อยให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งเฝ้าบ้านอันว่างเปล่าเพียงลำพัง เฉินซื่อก็อดสงสารไม่ได้ อีกทั้งยังเห็นว่าไม่เหมาะสม เกรงว่าคนบ้านใกล้เรือนเคียงจะนินทา
นางลังเลเพียงครู่เดียวก็เดินไปหาฉินฮ่าวหราน “ฮ่าวหราน เจ้าไปด้วยกันเถิด ไปอวยพรปีใหม่แก่ยายกับท่านลุงของเจ้า หากให้เจ้าอยู่บ้านคนเดียว ป้าก็ไม่วางใจ”
