ฉินฮ่าวหรานกลับมานั่งหน้าโต๊ะหนังสือ หยิบแผนผังที่เต็มไปด้วยวงกลมและเส้นสายขึ้นมา แล้วพินิจดูตั้งแต่ต้นจนจบอีกครั้ง
สายตาจับจ้องถ้อยคำหลายบรรทัดที่เขียนไว้ว่า ‘วางแผนกับพ่อค้าผู้มั่งคั่ง ควบคุมเหล่าขุนนางชั้นสูง’ อยู่นาน มุมปากค่อย ๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา
ฉินฮ่าวหรานมิใช่นักบุญ และมิใช่ปีศาจ
บางเรื่อง หากใช้วิธีการตามปกติแล้วยังทำไม่สำเร็จ ก็จำต้องใช้วิธีการที่ไม่ธรรมดาบ้าง
หลายวันต่อจากนั้น ฉินฮ่าวหรานยังคงไปสำนักจ้านสื่อและตำหนักเหวินหัวในตอนกลางวัน เพื่อถวายความรู้แก่รัชทายาทและจัดการงานราชการ ทุกอย่างเป็นไปตามปกติ
ยามค่ำกลับถึงจวน เขาก็ปิดประตูอยู่ในห้องหนังสือเพียงลำพัง เขียน ๆ วาด ๆ และไตร่ตรองทุกรายละเอียดของผังเมืองเหนือซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เขาแยกองค์ประกอบสำคัญทั้งเจ็ดออกมา แล้ววิเคราะห์ทีละข้อ
ข้อแรก สถานะและอำนาจที่ค้ำจุน สำนักจ้านสื่อมีที่นาของจวน ที่นาเครื่องบวงสรวงของรัชทายาท และการจัดซื้อของตำหนักบูรพา จึงสามารถถือครอง จัดสรร เช่า และแลกเปลี่ยนที่ดินหลวงในเขตเมืองหลวงได้อย่างถูกต้อง โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนตามปกติของกรมคลัง อีกทั้งยังมีสิทธิ์ติดต่อราชการกับแคว้นซุ่นเทียน กองกำลังรักษาเมืองทั้งห้าแห่ง และผู้ตรวจการลาดตระเวนเมือง ทั้งยังควบคุมทะเบียนที่ดิน ภาษีสัญญาซื้อขาย และการตรวจสอบบ้านเรือนที่ปลูกสร้างผิดระเบียบในเมืองเหนือ
ข้อสอง การเลือกทำเล เขาวางผังไว้เป็นสามวงแล้ว ได้แก่ วงใน วงกลาง และวงนอก วงในอยู่ติดกับพระราชวังหลวง ต่อไปย่อมมีมูลค่าสูงที่สุด แต่ยามนี้กลับมีราคาถูกที่สุด วงกลางมีจวนขุนนางชั้นสูงตั้งกระจุกกัน ที่ดินขาดแคลน เหมาะแก่การขุดหลุมพรางที่สุด ส่วนวงนอกแทบไม่มีราคาที่ดิน เหมาะแก่การกว้านซื้อเก็บไว้ที่สุด
