ชาติก่อน เขาเป็นเพียงบัณฑิตจบสาขาวิศวกรรมโยธาธรรมดาคนหนึ่ง หลังสำเร็จการศึกษาก็ได้ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ทว่าเพราะไม่ยอมปลอมแปลงรายงานความปลอดภัย จึงไปกระทบผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม สุดท้ายชีวิตอันเยาว์วัยก็ต้องจบลงใต้ล้อรถบรรทุกที่เสียการควบคุม
ไม่คาดคิดว่าเมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาจะมาอยู่ในยุคโบราณ กลายเป็นเด็กชายวัยห้าขวบที่มีนามว่าฉินฮ่าวหราน
กระทั่งยามสนธยา ความรู้สึกหลอมรวมอันรุนแรงนี้จึงค่อย ๆ สงบลง เมื่อได้สติอย่างสมบูรณ์ แววตาก็ไม่หลงเหลือความไร้เดียงสาของเด็กห้าขวบอีกต่อไป หากเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง ความกระจ่างแจ้ง และอารมณ์ซับซ้อนของผู้ใหญ่ที่ซ่อนอยู่ลึก ๆ เขานอนนิ่งอยู่เช่นนั้น ค่อย ๆ ทำความเข้าใจกับทุกสิ่งอันเหลือเชื่อนี้
ในที่สุดเขาก็เข้าใจสถานการณ์ของตนเอง—เขา หลินฮ่าว หรือจะกล่าวว่าฉินฮ่าวหราน ได้กลับชาติมาเกิดใหม่แล้ว ข้ามผ่านกาลเวลาหลายร้อยปี มาสู่ราชวงศ์ที่ไม่คุ้นเคย หมู่บ้านอันแร้นแค้น และร่างของเด็กชายวัยห้าขวบ เพื่อได้รับชีวิตที่สอง
“ฮ่าวหราน? ฮ่าวหราน เจ้าฟื้นแล้วหรือ?” หวังชุนอิงเฝ้าอยู่ข้างเตียงเตาดินมาตลอด ดวงตาบวมแดงจากการร่ำไห้ ครั้นเห็นบุตรชายลืมตาขึ้น แววตาดูแจ่มใสกว่าเดิมเล็กน้อย นางก็รีบโน้มตัวลงเรียกเสียงเบา น้ำเสียงยังเจือเสียงสะอื้น
ฉินฮ่าวหรานหันไปมองมารดาตรงหน้า นางสวมอาภรณ์ผ้าหยาบ ใบหน้าซูบเซียว ทว่าแววตาเต็มไปด้วยความห่วงใย ความผูกพันและความพึ่งพิงอันเกิดจากสัญชาตญาณของร่างนี้พลันเอ่อท้นขึ้นมา ผสมกับความปรารถนาต่อสายใยครอบครัวจากความทรงจำของหลินฮ่าว เขาเรียกเบา ๆ ว่า “ท่านแม่...”
เพียงคำว่า “ท่านแม่” ก็ทำให้หัวใจของหวังชุนอิงอ่อนยวบ นางคว้าตัวเขามากอดอีกครั้ง “ลูกแม่! ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นเสียที ทำแม่ตกใจแทบตายแล้ว ตกใจแทบตายจริง ๆ...”
