เมื่อมาถึงหมู่บ้านหลิวถัง ก็เป็นเวลาพลบค่ำแล้ว
เด็ก ๆ ที่กำลังเล่นอยู่ตรงปากหมู่บ้านเห็นรถม้า ต่างวิ่งกรูเข้ามาหา
ฉินเหอวั่งแบ่งขนมให้เด็ก ๆ เล็กน้อย จากนั้นจึงกลับที่พักพร้อมกับฉินฮ่าวหราน
เรือนสามชั้นของฉินฮ่าวหรานมีครอบครัวของเหล่าหานที่ตระกูลจัดให้มาคอยดูแล
ประตูเรือนแง้มอยู่ เมื่อผลักเข้าไปก็เห็นว่าลานเรือนสะอาดสะอ้าน พื้นอิฐเขียวถูกกวาดจนเกลี้ยงเกลา
ลุงหานได้ยินเสียงจึงเดินออกมาจากห้องข้าง พอเห็นฉินฮ่าวหรานก็ยิ้มซื่อ ๆ “ฮ่าวหรานกลับมาแล้วหรือ? ห้องหับจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ในโอ่งมีน้ำ ใต้เตาก็มีฟืน”
ฉินฮ่าวหรานกล่าวขอบคุณลุงหาน วางสัมภาระลง แต่ไม่ได้อยู่ในเรือนของตนนานนัก
เขาหยิบกล่องไม้จื่อถานที่บรรจุกุญแจทองออกมา แล้วเอ่ยกับฉินเหอวั่งผู้รอคอยอย่างใจจดใจจ่อ “ไป กลับบ้านกัน”
ทั้งสองยังไม่ทันก้าวเข้าประตู ก็ได้ยินเสียงทารกร้องไห้กังวานจากด้านใน ทั้งยังมีเสียงเฉินซื่อขับกล่อมเพลงกล่อมเด็กแผ่วเบา
ฝีเท้าของฉินเหอวั่งชะงักลงทันที เขายืนอยู่นอกประตูเรือน ไม่กล้าก้าวเข้าไปอยู่บ้าง ได้แต่ชะเง้อมองเข้าไปข้างใน มือสั่นน้อย ๆ
ฉินฮ่าวหรานยิ้มแล้วผลักลูกพี่ลูกน้อง “ยืนเซ่ออยู่ทำไม? เข้าไปสิ!”
ประตูเรือนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดยามถูกผลักเปิด
โต้วเหนียงซึ่งกำลังตากเสื้อผ้าอยู่กลางลานเงยหน้าขึ้น ตอนแรกนางชะงักไป ก่อนจะร้องเรียก “พี่ชาย พวกท่านกลับมาแล้ว!”
นางหันไปตะโกนบอกคนในห้อง “ท่านพ่อ ท่านแม่! พี่สะใภ้ เหอวั่งกับฮ่าวหรานกลับมาแล้ว!”
ฉินเหอวั่งก้าวเข้าไปในห้อง สายตาตกลงบนห่อผ้าในอ้อมแขนมารดา เท้าราวกับหยั่งรากลงกับพื้น เขาค่อย ๆ ขยับเข้าไปทีละก้าว น้ำเสียงสั่นเครือ “ท่านแม่...นี่...นี่คือ...”
