ฉินเหอวั่งเริ่มทำหน้าที่หัวหน้าอย่างกระหยิ่มใจอยู่บ้าง ตามแผนที่หารือกับฉินฮ่าวหรานไว้ก่อนหน้า เขาแกะห่อใบบัวต่อหน้าสายตาทุกคน เผยให้เห็นเนื้อหมูสีแดงสลับขาว มีทั้งส่วนเนื้อและมันในสัดส่วนพอเหมาะ
ขณะแบ่งเนื้อ เขาก็กล่าวเสียงดังว่า “คราวนี้ทุกคนออกแรงขุดสมุนไพรกันทั้งนั้น! นี่คือเงินที่พวกเราช่วยกันหามาได้! แต่ละคนได้เนื้อคนละส่วน เอากลับบ้านไปให้พ่อแม่ทำของดี ๆ ให้กิน!”
เด็ก ๆ ที่ได้รับเนื้อต่างยินดีปรีดา ประคองเนื้อหมูหนักครึ่งชั่งที่ห่อด้วยใบบัวไว้อย่างระมัดระวัง พลางสูดกลิ่นหอมชวนลุ่มหลงของเนื้อไม่หยุด น้ำลายแทบไหลออกมา
สำหรับเด็กชาวนาที่แทบไม่เคยเห็นเนื้อสัตว์บนโต๊ะอาหารมานานปี ทั้งยังขาดไขมันในท้อง เนื้อครึ่งชั่งนี้ย่อมเป็นดั่งฝนทิพย์ที่โปรยปรายลงมาจากฟ้า เป็นผลลัพธ์แสนหวานที่สุดที่ได้มาจากหยาดแรงงาน
จากนั้นก็ถึงคราวแบ่งถังหูลู่ เด็กทั้งสิบสองคนได้คนละไม้ เด็ก ๆ ที่รับไปต่างกัดลูกหนึ่งทันที รสเปรี้ยวหวานเย็นฉ่ำแผ่ซ่านในปาก ใบหน้าของทุกคนเปี่ยมด้วยความสุขและความพึงพอใจอย่างยิ่ง ราวกับได้ลิ้มรสของอร่อยที่สุดในใต้หล้า
เมื่อเห็นสหายตัวน้อยมีความสุขเพราะตนเป็นผู้นำ ฉินเหอวั่งก็รู้สึกถึงความสำเร็จและความภาคภูมิใจอันยิ่งใหญ่ คิดว่าการเป็นหัวหน้าครั้งนี้ช่างน่าภาคภูมิใจ ความเหน็ดเหนื่อยก่อนหน้านี้ล้วนคุ้มค่าแล้ว
เขากัดถังหูลู่ที่แบ่งมาให้ตนหนึ่งลูก รสหวานฉ่ำนั้นคล้ายมิได้ละลายในปาก หากซึมลึกลงไปถึงหัวใจ แผ่ความอบอุ่นไปทั่วร่าง
ทว่า ฉินฮ่าวหรานกลับมิได้กิน เขาเพียงมองภาพเบิกบานตรงหน้าอย่างเงียบงัน
ความสุขเป็นของคนส่วนใหญ่ ทว่ามุมหนึ่งย่อมมีเงามืดปกคลุมอยู่เสมอ เขาห่อถังหูลู่ไม้ที่ยังไม่ได้แตะด้วยกระดาษน้ำมันผืนเดิม จากนั้นมองเนื้อที่บ้านตนได้รับ แล้วดึงชายเสื้อฉินเหอวั่งเบา ๆ ซึ่งยังจมอยู่ในความกระหยิ่มใจ ก่อนเอ่ยเสียงต่ำว่า “พี่ เรา...ไปเยี่ยมเอ้อร์โก่วกันเถอะ”
รอยยิ้มบนใบหน้าฉินเหอวั่งพลันแข็งค้าง ราวกับถูกลมหนาวแช่แข็ง ใช่แล้ว เอ้อร์โก่ว...พวกเขาขุดสมุนไพรขายได้เงิน แบ่งเนื้อแบ่งขนมกันอย่างครึกครื้น แต่กลับเกือบลืมเอ้อร์โก่วที่ป่วยหนักไปเสียสนิท
