วันที่ 25 เดือน 3 ปีเทียนเฟิ่งที่ 9 เมืองเหมียนหยาง แห่งหน่วยปกครองหูกว่าง
เพิ่งพ้นยามเฉินมาไม่นาน หน้าศาลารับขุนนางนอกประตูตะวันตกของตัวเมืองเหมียนหยางก็จัดเตรียมขบวนพิธีไว้เรียบร้อยแล้ว
เจ้าเมืองหลี่จี้ชวนสวมชุดขุนนางลำลองขั้นสี่ คาดสายคาดเอวสีทองอ่อน สวมหมวกอูซา ยืนอยู่เบื้องหน้าผู้คน
เขานำขุนนางผู้ช่วย ตุลาการ ปั๋วซื่อแห่งสำนักศึกษาประจำเมือง และข้าราชบริพารทั้งหลาย ยืนสงบนิ่งอยู่หน้าศาลา
พลันมีเสียงกีบม้าควบกระชั้นดังมาจากที่ไกล ธงแดงที่ปักอยู่บนหลังม้าสะบัดพลิ้วตามสายลมยามเช้า นั่นคือสัญลักษณ์ของม้าด่วนจากเมืองหลวงที่เดินทางวันละ 600 ลี้
น่าสงสารม้าตัวนั้นยิ่งนัก ปากคายฟองขาวออกมา
ปั๋วซื่อแห่งสำนักศึกษาประจำเมืองเอ่ยเตือนเสียงเบา “ใต้เท้าเจ้าเมือง มาถึงแล้ว!”
ม้าส่งสารชะลอความเร็วลงฉับพลันเมื่อมาถึงห่างจากศาลาสิบจั้ง ผู้ส่งสารพลิกตัวลงจากหลังม้าอย่างคล่องแคล่ว
เขาประคองหีบไม้ลงรักสีชาดด้วยสองมือ พลางหอบหายใจกล่าวว่า “รายงาน! ประกาศข่าวดีจากกรมพิธีการแห่งเมืองหลวงมาถึงเมืองเหมียนหยางแล้ว! ขอใต้เท้าเจ้าเมืองโปรดตรวจสอบด้วยตนเอง!”
มีเจ้าหน้าที่รับสารก้าวออกมาตรวจตราครั่งผนึกบนหีบไม้อย่างละเอียดก่อนแล้ว แถบผ้าแพรเหลืองที่ปิดผนึกยังสมบูรณ์ ตราครั่งแดงของกรมพิธีการยังคมชัดดุจใหม่ แม่กุญแจทองแดงก็ยังปิดสนิท
จากนั้นจึงยกหีบด้วยสองมือ ประสานมือค้อมกายส่งให้หลี่จี้ชวน
หลี่จี้ชวนรับหีบไม้มา หันหน้าไปทางทิศเหนือแล้วคำนับสามครั้ง ก่อนประกอบพิธีตามธรรมเนียม
เขาแกะแถบผ้าแพรเหลืองออก หยิบกุญแจเสียบเข้าไปในแม่กุญแจทองแดง
เมื่อหีบไม้เปิดออก หลี่จี้ชวนก็หยิบประกาศข่าวดีขึ้นมา
ตอนต้นเป็นถ้อยคำตามแบบของกรมพิธีการ “ด้วยพระบัญชาแห่งโอรสสวรรค์ ฮ่องเต้มีพระบรมราชโองการว่า การสอบระดับเมืองหลวงประจำปีซินซื่อเสร็จสิ้นแล้ว ได้คัดเลือกผู้เข้าสอบจากการประเมินบทความจำนวน 312 คน ฉินฮ่าวหรานแห่งหมู่บ้านหลิวถัง อำเภอจิ่งหลิง เมืองเหมียนหยาง ได้รับอันดับหนึ่งในการสอบระดับเมืองหลวงประจำปีซินซื่อ เป็นจอหงวนการสอบระดับเมืองหลวง”
หลี่จี้ชวนเอ่ยคำว่าดีติดกันสองครั้ง “ดี! ดี!”
