อาจารย์หลิวฟังแล้ว ในแววตาฉายความประหลาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความปลื้มปีติ ท่านลูบเคราพลางพยักหน้า “ได้ทรัพย์มาโดยชอบ ใช้จ่ายอย่างเหมาะควร เจ้าทำได้เช่นนี้ อาจารย์ก็วางใจแล้ว”
จากนั้น ฉินฮ่าวหรานก็ทำสิ่งหนึ่งที่ทำให้อาจารย์หลิวประหลาดใจไม่น้อย เขานำเงินทั้งหมดออกมา แล้วประคองส่งให้ท่านด้วยสองมือ กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจว่า
“อาจารย์ หนังสือเล่มนี้สำเร็จลุล่วงได้ ความดีความชอบประการแรกย่อมเป็นของท่าน ที่คอยตรวจแก้และชี้แนะแนวทางอย่างใส่ใจตั้งแต่แรก หากมิได้คำชี้แนะจากท่าน งานที่ศิษย์แก้ไขปรับปรุงย่อมมีข้อบกพร่อง มิอาจเกิดผลเช่นทุกวันนี้ได้ นี่เป็นน้ำใจเล็กน้อยจากศิษย์ ขออาจารย์โปรดรับไว้ ทั้งยังถือเป็นการตอบแทนพระคุณอาจารย์สักนิด”
สีหน้าอาจารย์หลิวเคร่งขรึมลงทันใด ท่านโบกมือปฏิเสธอย่างเด็ดขาด “ฮ่าวหราน! เจ้าพูดเช่นนี้ไม่ถูกต้อง! อาจารย์ตรวจแก้ต้นฉบับให้เจ้าเป็นหน้าที่ของอาจารย์ จะรับเงินของเจ้าได้อย่างไร รีบเก็บกลับไปเสีย!” น้ำเสียงหนักแน่น เปี่ยมด้วยความหยิ่งทะนงในเกียรติของบัณฑิตและความรักความห่วงใยที่มีต่อศิษย์
ฉินฮ่าวหรานคาดการณ์ไว้แล้วว่าเรื่องจะเป็นเช่นนี้ ทว่าเขายังคงยื่นเงินค้างไว้ ท่าทีจริงใจยิ่งกว่าเดิม ทั้งยังแฝงความดื้อรั้นแบบคนหนุ่มอยู่หลายส่วน
“ขออาจารย์โปรดฟังศิษย์ก่อน! ศิษย์ซาบซึ้งในคุณธรรมอันสูงส่งของอาจารย์ยิ่งนัก! ทว่านี่มิใช่ของกำนัลธรรมดา หากเป็นเงินที่ศิษย์หามาด้วยแรงกายของตนเอง ทุกอีแปะล้วนสะอาดบริสุทธิ์ หากอาจารย์ไม่รับ ศิษย์ย่อมไม่อาจสบายใจได้ อีกทั้งศิษย์ยังมีเรื่องหนึ่งที่ต้องอาศัยชื่อเสียงอันบริสุทธิ์ของอาจารย์ หากอาจารย์ยืนกรานไม่รับ ศิษย์ก็ยากจะเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ”
