ท่านอาสามฉินกำลังเอ่ยเตือนเขาอย่างอ้อมค้อม ฉินฮ่าวหรานจึงตอบอย่างนุ่มนวลว่า “ฮ่าวหรานทราบแล้ว ทุกเรื่องย่อมยึดคนในตระกูลเป็นสำคัญ ค่อยเป็นค่อยไป”
ระหว่างทาง ทั้งสองพูดคุยกันเสียงเบา ฉินฮ่าวหรานเดินไปส่งท่านอาสามฉินถึงบ้าน
ครั้นกลับถึงบ้านท่านลุงใหญ่ แสงไฟในห้องโถงยังคงสว่างอยู่
เฉินซื่อ ภรรยาของท่านลุงใหญ่ กำลังเก็บข้าวของ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็รีบเช็ดมือแล้วออกมาต้อนรับ ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ทว่าสายตากลับแฝงความสำรวมมากกว่าแต่ก่อนอยู่หลายส่วน
“ฮ่าวหรานกลับมาแล้วหรือ เหนื่อยหรือไม่ ยุ่งมาทั้งวัน น้ำร้อนอุ่นไว้บนเตาให้เจ้าตลอด ประเดี๋ยวข้าจะตักมาให้ล้างเนื้อล้างตัวดีหรือไม่? โต้วเหนียงน้องสาวลูกพี่ลูกน้องของเจ้ายังเอ่ยถึงเจ้าไม่หยุดเมื่อคืน ข้าบอกนางว่าพี่ชายของนางยามนี้ยุ่งนัก จึงให้นางเข้านอนก่อน อย่าได้รบกวนเจ้า”
นางพูดจารวดเร็วและระมัดระวัง มือไม้ไม่รู้จะวางไว้ที่ใด
ฉินฮ่าวหรานมองท่านป้าสะใภ้ใหญ่ที่ในความทรงจำเป็นคนคล่องแคล่วทำงานเก่ง ทั้งยังเคยบ่นพวกเขาสองพี่น้องอยู่บ่อยครั้งเมื่อทำเสื้อผ้าเปื้อน บัดนี้กลับระมัดระวังตัวถึงเพียงนี้ ในใจก็อดเกิดความรู้สึกซับซ้อนขึ้นมาไม่ได้
ฉินฮ่าวหรานข่มความรู้สึกประหลาดใจนั้นไว้ แล้วแสดงท่าทีสบาย ๆ อย่างผู้น้อย
“ขอบคุณท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ข้าจัดการเองได้ จะให้ท่านคอยปรนนิบัติได้อย่างไร ท่านเองก็ทำงานมาทั้งวันแล้ว รีบพักผ่อนเถิด โต้วเหนียงหลับแล้วก็ดี พรุ่งนี้ข้าค่อยไปหานาง ข้าซื้อของเล่นเล็ก ๆ จากเมืองเอกมาให้นางด้วย”
เมื่อเฉินซื่อเห็นว่าเขาพูดจาเป็นปกติ ทั้งยังนึกถึงโต้วเหนียง ความตึงเครียดบนใบหน้าก็คลายลงไม่น้อย นางขานรับติด ๆ กัน
“ได้ ได้ เจ้าจัดการเองเถิด กะละมังกับผ้าเช็ดตัวอยู่ที่เดิม”
