หลังอ่านคำถวายพระพรจบ ฉินฮ่าวหรานนำเหล่ากงซื่อคำนับสี่ครั้งอีกครา เพื่อคารวะเจ้าหน้าที่คุมสอบ ผู้ร่วมตรวจข้อสอบ ตลอดจนเหล่าอาจารย์ผู้คุมสอบและอาจารย์ประจำห้องสอบ
นี่คือขั้นตอนสำคัญในการสถาปนาสายสัมพันธ์ทางสำนักอาจารย์ เมื่อการสอบคัดเลือกขุนนางตัดสินผู้สอบได้แล้ว เจ้าหน้าที่คุมสอบกับผู้สอบผ่านก็ถือว่ามีฐานะเป็นอาจารย์และศิษย์ นับเป็นหนึ่งในเครือข่ายความสัมพันธ์ของวงขุนนาง
ซุนซ่างซูลุกขึ้น เดินมาหยุดตรงหน้าฉินฮ่าวหราน แล้วเอ่ยว่า
“บทความของจอหงวนการสอบระดับเมืองหลวง ฉบับนี้ ข้าอ่านอย่างละเอียดถึงสามรอบ ความรู้ในคัมภีร์ซ่างซูลึกซึ้ง ทั้งยังไม่ยึดติดกับคำอธิบายโบราณ บทความเชิงนโยบายกล่าวถึงปัญหาของยุคสมัยได้ตรงจุด มีกลิ่นอายโบราณและความคิดใหม่อยู่พร้อมกัน ที่หาได้ยากยิ่งคือระหว่างบรรทัดยังแฝงพลังชีวิต นี่คือความคมคายที่มีอยู่ในตัวคนหนุ่มเท่านั้น”
ฉินฮ่าวหรานก้มคำนับ “อาจารย์กล่าวชมเกินไปแล้ว”
ซุนซ่างซูล้วงม้วนหนังสือออกจากแขนเสื้อ “นี่คือบันทึกจิ้นซือที่ข้าคัดด้วยมือตนเอง ยามว่างยังเขียนข้อคิดเห็นไว้บ้าง มอบให้เจ้า”
ฉินฮ่าวหรานรับไว้ด้วยสองมือ แล้วคารวะกล่าวว่า “ขอบพระคุณอาจารย์ที่เมตตามอบของล้ำค่า ศิษย์จะขยันอ่านศึกษา ไม่ทำให้ความคาดหวังต้องสูญเปล่า”
จากนั้นก็ถึงคราวเจ้าหน้าที่ผู้ร่วมตรวจข้อสอบ หรือก็คืออาจารย์ประจำห้องสอบของฉินฮ่าวหราน
เฉินจิ้งอวี๋ บัณฑิตผู้ช่วยสอนจากสำนักฮั่นหลิน ซึ่งเป็นผู้ตรวจข้อสอบของเขาในรอบแรก บัณฑิตวัยกลางคนผู้นี้มีรอยยิ้มอ่อนโยน เขามอบแท่นฝนหมึกโบราณให้ชิ้นหนึ่ง “แท่นฝนหมึกนี้อยู่กับข้ามาหลายปี หมึกที่ฝนออกมางดงามเป็นเงาวาว วันนี้ขอมอบให้เจ้า ขอให้เขียนบทความได้วิจิตรในวันสอบหน้าพระที่นั่ง และมีชื่อบนประกาศทอง”
ฉินฮ่าวหรานคำนับขอบคุณอีกครั้ง
ของกำนัลเหล่านี้ดูธรรมดา ทว่าแท้จริงแล้วคือการยอมรับจากสำนักอาจารย์ และเป็นการปูทางสู่อาชีพขุนนางในภายหน้า
