วันที่ 15 เดือนสิบสอง ปลายปีอากาศหนาวเหน็บ
เมืองหนานจิงเข้าสู่ช่วงเวลาที่หนาวที่สุดนับแต่ฤดูหนาวมาเยือน ลมหายใจกลายเป็นไอขาวจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ชายคามีน้ำแข็งย้อยยาวห้อยระย้า
ภายในสำนักศึกษาหลวง การสอบประจำปีอันตึงเครียดสิ้นสุดลงแล้ว การเรียนการสอนหยุดพักชั่วคราว เหล่านักศึกษาส่วนใหญ่เริ่มเก็บสัมภาระ เตรียมกลับบ้านเกิดไปฉลองปีใหม่
หิมะบาง ๆ ที่กวาดออกไม่หมดทับถมอยู่ในลานเรือน ทว่าต้นเหมยเก่าแก่หลายต้นกลับผลิดอกตูมสีแดงแต้มละอองอย่างเงียบงัน กลิ่นหอมจาง ๆ ลอยคลุ้งไปในอากาศ
ฉินฮ่าวหรานถือกล่องผ้าแพรที่เตรียมไว้ล่วงหน้า เดินไปตามทางหินเขียว มุ่งหน้าไปยังที่พักของท่านปั๋วซื่อเฉินเหวินหยวนก่อน
ภายในบรรจุของขวัญปีใหม่ที่เขาคัดสรรและเตรียมไว้อย่างถี่ถ้วน เพื่อแสดงความสำนึกในบุญคุณของอาจารย์
ประตูที่พักของท่านปั๋วซื่อเฉินแง้มไว้ ฉินฮ่าวหรานยืนนิ่งอยู่ด้านนอกครู่หนึ่ง จัดเสื้อผ้าและหมวกให้เรียบร้อย ก่อนยกมือเคาะประตูเบา ๆ
เสียงของท่านปั๋วซื่อเฉินดังมาจากด้านใน “เข้ามา”
ท่านปั๋วซื่อเฉินนั่งตัวตรงอยู่หลังโต๊ะหนังสือ มือถือพู่กันชาด กำลังตรวจคำตัดสินในข้อสอบการสอบประจำปีหลายฉบับ
ฉินฮ่าวหรานค้อมกายคารวะ แล้วยื่นกล่องผ้าแพรด้วยสองมือ “ศิษย์ฉินฮ่าวหรานคารวะท่านปั๋วซื่อ ปลายปีใกล้เข้ามาแล้ว ฤดูใบไม้ผลิใหม่ก็ใกล้มาเยือน ศิษย์ซาบซึ้งในคำสั่งสอนอย่างเอาใจใส่ของท่านตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทำให้ศิษย์เริ่มเข้าใจหลักกฎหมายและการพิจารณาคดี ทั้งยังได้รับประโยชน์มากมาย จึงเตรียมของเล็กน้อยมาให้ เพื่อแทนคำขอบคุณและคำอวยพรในเทศกาลปีใหม่ แม้ของขวัญจะมิได้มีค่ามาก แต่เปี่ยมด้วยน้ำใจ ขอท่านปั๋วซื่อโปรดอย่าได้ปฏิเสธ รับไว้เถิด ศิษย์จะถือเป็นเกียรติยิ่ง”
ท่านปั๋วซื่อเฉินรับกล่องผ้าแพรไปวางไว้ข้างโต๊ะ มิได้เปิดดูในทันที เพียงชี้ไปยังเก้าอี้ข้างกาย “นั่งเถิด”
