ฉินฮ่าวหรานพยักหน้า ชนจอกกับทั้งสามคน ก่อนดื่มสุราในจอกจนหมด รู้สึกถึงไออุ่นสายหนึ่งแผ่ซ่านลงท้อง
“กำหนดออกเดินทางไว้เบื้องต้นเป็นวันที่ 2 เดือน 2 หลังวันมังกรเงยหัว ถือเป็นเคล็ดหมายถึงฤดูใบไม้ผลิหวนคืนสู่ผืนดิน สรรพสิ่งฟื้นคืนชีพ ส่วนเรื่องเรือก็จัดการตามที่พี่หวังกล่าวไว้ ต้องรบกวนพี่จัดเตรียมแล้ว เรื่องการค้าต่อจากนี้คงต้องรบกวนทั้งสามท่านช่วยใส่ใจดูแลเป็นอย่างยิ่ง”
หวังซื่ออันโบกมืออย่างใจกว้าง “พี่ฉินวางใจได้เต็มที่! ทางหนานจิงมีร้านค้าของตระกูลข้าคอยดูแล ทั้งยังมีพี่กู้กับพี่ตู้ช่วยเหลือ ย่อมไม่เกิดปัญหา! สัญญาก็ลงนามแล้ว เส้นทางค้าขายก็เปิดเรียบร้อย ผ้าห่มของพวกเรายามนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องขายไม่ออกแล้ว! พี่จงเตรียมสอบที่เมืองหลวงอย่างสบายใจ รอฟังข่าวดีต่อเนื่อง แล้วก็นับเงินได้เลย!”
กู้โหย่วซิ่นกลับคิดรอบคอบกว่า เขากล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “พี่หวังมีใจกว้างขวาง ทว่าหนทางการค้าต้องอาศัยการสั่งสมทีละน้อยและดำเนินไปอย่างมั่นคง พี่ฉินเดินทางขึ้นเหนือ พวกเราย่อมทุ่มเทดูแลอย่างเต็มกำลัง การค้าประจำวันให้ยึดตามที่หารือกันไว้ก่อนหน้า โดยมีพี่หวังเป็นหลัก ข้ากับพี่ตู้จะคอยช่วยวางแผนอยู่เบื้องหลัง
“แต่การตัดสินใจเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องขยายกำลังผลิต ปรับราคา หรือเปิดตลาดใหม่ ยังต้องให้ทั้งสี่ฝ่ายเขียนจดหมายหารือกัน เพื่อวางแผนให้รอบคอบ การผลิตในตระกูลของพี่ฉินเป็นรากฐานสำคัญ ต้องรักษาคุณภาพไว้ให้ดี และติดต่อกันทางจดหมายให้สะดวกอยู่เสมอ”
ตู้เหวินคังพยักหน้าเสริมว่า “บัญชีต้องชัดเจน ทุกสามเดือนให้สรุปยอด พร้อมคัดรายละเอียดส่งให้พี่ฉินตรวจดู พี่น้องแท้ ๆ ยังต้องคิดบัญชีให้ชัดเจน จึงจะคบค้ากันได้ยืนยาว”
เมื่อเห็นว่าทั้งสามคนคิดไว้รอบด้านแล้ว ฉินฮ่าวหรานจึงกล่าวว่า “เช่นนี้ก็ดียิ่ง! มีพี่ทั้งสามร่วมแรง ข้าก็ไม่ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง เรื่องการค้าทั้งหลาย พวกท่านจัดการตามความเหมาะสมเถิด ข้าเชื่อใจพวกท่าน ส่วนการผลิตและคุณภาพสินค้าของตระกูล ข้าจะเขียนจดหมายกำชับเป็นระยะ เรื่องบัญชีก็ทำตามที่พี่ตู้กล่าวไว้”
