หยางลี่ฮวาถามด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ราวกับแค่พูดคุยกันตามประสาพี่น้อง ถามไถ่เรื่องงานของว่าที่พี่สะใภ้ด้วยความอยากรู้
แต่คำถามนี้กลับกระแทกใส่คนอื่น ๆ ในบ้านหยางอย่างไม่ทันตั้งตัว จริงด้วย โจวหงเสียบอกแค่ว่าทำงานอยู่โรงงานอาหาร แต่ไม่ได้บอกชัด ๆ ว่าทำงานอะไร
รอยยิ้มพึงพอใจบนใบหน้าของหยางลี่ซินพลันแข็งค้างไปเล็กน้อย แม้เขาจะพอใจโจวหงเสียมาก แต่ถ้าเธอเป็นแค่คนงานชั่วคราว เขาก็ไม่ค่อยอยากรับเธอเข้ามาเป็นคู่ชีวิตนัก
บ้านพวกเขามีลูก 5 คน พ่อแม่ก็ทำงานประจำทั้งคู่ แค่เลี้ยงดูครอบครัวก็ลำบากมากแล้ว ถ้าคู่ชีวิตของเขาเป็นเพียงคนงานชั่วคราว ชีวิตหลังจากนี้คงเหนื่อยไม่น้อย
ถึงจะมีพ่อแม่ช่วยเหลือ แต่ที่บ้านยังมีน้องชายอีกคน ซึ่งก็ต้องใช้เงินเหมือนกัน
มือที่กำลังเย็บพื้นรองเท้าของซูเหม่ยหลานหยุดชะงัก หยางต้าเฉียงเองก็เงยหน้ามองลูกชายคนโต
ก่อนหน้านี้สองคนนั้นออกไปเดินเล่นกันตามลำพังอยู่ข้างนอกพักหนึ่ง กว่าจะกลับบ้านก็ช้ามาก ไม่รู้ว่าลี่ซินถามเรื่องนี้หรือยัง
ตอนหัวหน้าหวังแนะนำตัว ก็พูดแค่ว่าเป็นพนักงานโรงงานอาหาร โจวหงเสียเองก็บอกเพียงว่าทำงานอยู่โรงงานอาหาร ทุกคนเลยเข้าใจว่าเป็นพนักงานประจำ
หยางลี่ฮวาเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย อ้อ ที่แท้การดูตัวครั้งนี้ก็มีเรื่องเบื้องหลังเหมือนกันสินะ นางเอกตัวจริงคงไม่ได้บอกว่าเธอเป็นแค่คนงานชั่วคราวสินะ
เธอหัวเราะเยาะในใจ แต่ยังคงพูดด้วยน้ำเสียงปกติว่า “ฉันก็แค่ถามไปอย่างนั้นเอง ทุกคนก็รู้ว่าพนักงานประจำกับคนงานชั่วคราวต่างกันมาก ทั้งค่าตอบแทน สวัสดิการ และความมั่นคง ถ้าหงเสียเป็นพนักงานประจำ พี่ใหญ่ก็จะสบายขึ้นเยอะ พ่อกับแม่ก็จะได้เบาใจด้วย”
