หยางลี่ซูมองหยางลี่ฮวาที่มีคนรายล้อมด้วยแววตาอิจฉา จู่ ๆ ก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแหลมเล็กว่า
“พี่สาม พี่กับพี่รองอยู่ชั้นเดียวกันแท้ ๆ ทำไมพี่ถึงไม่บอกพี่รองเรื่องสอบรับสมัครงานเลยล่ะ เผื่อพี่รองรู้แล้วอาจสอบผ่านก็ได้ ถึงตอนนั้นบ้านเราก็จะมีคนได้เป็นพนักงานประจำเพิ่มอีกคน”
คนในห้องได้ยินหยางลี่ซูพูดเช่นนั้น ต่างก็หันมามองหยางลี่ฮวา ราวกับเห็นว่าคนในครอบครัวกำลังสงสัย เธอจึงอธิบายว่า “เงื่อนไขพื้นฐานที่สุดของการสอบรับสมัครงานครั้งนี้คือต้องมีวุฒิมัธยมปลาย ถ้าพี่รองมีคุณสมบัติครบจริง ๆ ฉันก็บอกพี่ไปนานแล้ว
อีกอย่าง ฉันเองก็สมัครสอบไปแบบบังเอิญเหมือนกัน เดิมทีโรงงานเปิดสอบให้ลูกหลานพนักงานของโรงงานเท่านั้น ประกาศรับสมัครติดไว้บนบอร์ดแค่ครึ่งชั่วโมง ถ้าตอนนั้นฉันย้อนกลับมาหาพี่รองอีกที ก็ไม่แน่ว่าจะยังสมัครทันไหม”
เมื่อได้ยินเบื้องหลังการสอบของโรงงานสิ่งทอ ซูเหม่ยหลานก็อดรู้สึกโชคดีแทนลูกสาวคนที่สามไม่ได้ โชคดีจริง ๆ ที่คลาดไปเพียงนิดเดียวก็อาจพลาดแล้ว
“ลี่ซู ถ้าไม่เข้าใจก็อย่าพูดส่งเดช! แค่คิดก็รู้แล้วว่าตอนนี้จะได้เจอโอกาสรับสมัครงานยากแค่ไหน ลูกหลานพนักงานในโรงงานยังรอคิวกันอยู่เลย พี่สามของลูกสมัครได้ก็นับว่าโชคดีมากแล้ว”
ก็เหมือนโรงงานเหล็กของพวกเขา ข่าวบางอย่างแม้แต่พนักงานประจำเองก็ยังไม่รู้ กว่าจะรู้ว่าโรงงานเปิดรับคน ก็เป็นตอนที่คนอื่นเข้าทำงานไปแล้ว
“พอแล้ว กินข้าวกัน” หยางต้าเฉียงไม่อยากฟังลูกสาวคนเล็กพูดจาไร้สาระอีก กินข้าวเถอะ จะได้ปิดปากเสียที แค่ฟังเธอพูดก็พาลหงุดหงิด
