จักรพรรดิเสวียนชิงจูบหญิงสาวในอ้อมแขนอย่างลึกซึ้ง
แรกเริ่มจูบยังคงยับยั้งชั่งใจ ราวกับตัวเขาที่เย็นชาอยู่เสมอ
แต่เพียงริมฝีปากแนบชิด ความยับยั้งนั้นก็พลันละลายหายไปในพริบตา ดุจน้ำแข็งบางต้องสายน้ำในฤดูใบไม้ผลิ
เขากุมท้ายทอยของฮวาหลี ดึงนางเข้าหาอ้อมอก ก่อนจะจูบอย่างหนักหน่วง
แรงที่ถาโถมเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ฮวาหลีแอ่นกายไปด้านหลัง ทว่าฝ่ามืออีกข้างของเขากลับประคองเอวนางไว้แน่น นางจึงถอยหนีไม่ได้
ภายในตำหนักมืดสลัว มีเพียงโคมแก้วดวงหนึ่งข้างหัวเตียงที่ส่องแสงริบหรี่
แสงนั้นลอดผ่านม่านหลายชั้น กลายเป็นสีเหลืองนวลพร่าเลือน ฉาบลงบนเงาร่างที่ทาบทับกันของทั้งสอง
กลิ่นกำยานมังกรเข้มข้นขึ้นในชั่วขณะนี้ ผสานกับกลิ่นสนหอมอบอวลจากกายเขา แผ่ปกคลุมไปทั่วจนผู้คนมึนงง
ปลายนิ้วของฮวาหลีขยุ้มสาบเสื้อเขาแน่น ข้อนิ้วซีดขาว
ริมฝีปากแดงของนางเผยอเล็กน้อย มีเสียงลมหายใจแผ่วเบาหลุดลอดระหว่างเรียวปาก ราวกับเสียงแมวน้อยออดอ้อน
เสียงนั้นตกถึงหูจักรพรรดิเสวียนชิง ไม่ต่างจากการราดน้ำมันลงบนกองไฟ
ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างแรง ก่อนริมฝีปากจะเคลื่อนจากปากนาง ไล้ผ่านปลายคาง ติ่งหู และลำคอ
เปลวเทียนปะทุเปรี๊ยะ เกิดเป็นดอกไฟเล็ก ๆ ม่านพลิ้วไหวเบา ๆ ทั้งที่ไร้ลม
เสื้อผ้าของทั้งสองยับยุ่งตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ เสื้อคลุมชั้นนอกเลื่อนหลุด กองซ้อนกันอยู่ข้างตั่งราวกับเมฆที่ร่วงหล่นบนพื้น
ลมหายใจของชายหนุ่มร้อนผ่าว พ่นรดซอกคอนางจนร่างสั่นสะท้าน
ฮวาหลีปรือตาขึ้นเล็กน้อย แววตาพร่าไปด้วยหยาดน้ำ หางตาแดงระเรื่อ ใบหน้าเล็กแดงก่ำราวกับลูกท้อสุกงอม เพียงสัมผัสแผ่วเบาก็แทบจะมีหยดน้ำหวานไหลออกมา
ภาพเช่นนี้ยิ่งทำให้เปลวไฟในดวงตาของชายหนุ่มร้อนแรงขึ้น
จักรพรรดิผู้สูงส่งไร้มลทินในยามกลางวัน บัดนี้กลับมีแต่ความปรารถนาอยู่ระหว่างคิ้วและดวงตา แม้แต่แววตาที่เคยเฉยชาก็หม่นลึกลง ราวกับหมึกข้นที่ไม่มีวันจาง
