หลังกลับถึงคฤหาสน์บนเขาและจัดการทุกอย่างเข้าที่ ฮวาหลีจึงได้รู้ว่าเสิ่นซวี่ไป๋ตกม้าจนขาหัก
อาการบาดเจ็บไม่เบา ทั้งยังเคลื่อนย้ายไม่สะดวก ต่อจากนี้เขาจึงต้องพักรักษาตัวอยู่ในคฤหาสน์บนเขาเป็นเวลาหนึ่งเดือน รอให้ครบเดือนเสียก่อนจึงจะเคลื่อนย้ายได้
เสิ่นซวี่ไป๋ย่อมไม่เต็มใจเป็นร้อยเท่า
คฤหาสน์บนเขาอยู่ห่างไกลจากวังหลวง หากเขาต้องติดแหง็กอยู่ที่นี่หนึ่งเดือน มิเท่ากับต้องห่างจากศูนย์กลางอำนาจถึงสามสิบวันเต็มหรอกหรือ?
จะให้เขาทำใจได้อย่างไร
แต่จักรพรรดิทรงมีราชโองการด้วยพระองค์เอง ทั้งทรงปูนบำเหน็จความชอบที่เขาช่วยถวายอารักขา แล้วพระราชทานรางวัลให้อย่างมากมาย พร้อมกล่าวชมเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
เสิ่นซวี่ไป๋จึงเปลี่ยนจากกระวนกระวายเป็นยินดี
ดูท่าจักรพรรดิยังทรงให้ความสำคัญกับเขาอยู่ แม้เขาจะไม่ได้ช่วยจักรพรรดิไว้จริง ๆ แต่ความดีความชอบนี้ก็ยังตกเป็นของเขา การพระราชทานรางวัลอย่างเอิกเกริกเช่นนี้ย่อมแสดงให้เห็นชัดเจน
ขอแค่มีชื่อเสียงก็พอแล้ว
เพียงแต่ไม่รู้เพราะเหตุใด รางวัลชิ้นใหญ่ ๆ กลับเป็นของใช้สำหรับสตรีที่มอบให้พระชายาองค์รัชทายาททั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรบำรุง ผ้าแพรอาภรณ์ ไข่มุกตงจู๋ หรือหยก
เสิ่นซวี่ไป๋อดสงสัยไม่ได้
หรือพระชายาองค์รัชทายาทจะปรนนิบัติจักรพรรดิได้ดีตอนอยู่ใต้หน้าผา จนเข้าพระเนตรเข้า?
เมื่อฮวาหลีได้รับบัญชีของพระราชทาน นางก็เข้าใจทุกอย่างแจ่มแจ้ง
นี่ไหนเลยจะเป็นของพระราชทาน นี่มันค่าปิดปากที่คนผู้นั้นมอบให้นางชัด ๆ
หึ ลงมือได้ใจกว้างไม่เบา
สิ่งที่นางไม่เข้าใจก็คือเสิ่นซวี่ไป๋
เจ้าคนโง่นี่กลับไม่สงสัยอะไรเลยสักนิด ซ้ำยังเรียกนางเข้าไปหาอย่างอารมณ์ดี แล้วกล่าวชมเสียยกใหญ่
ยามนี้ ภายในห้องบรรทมขององค์รัชทายาทปิดประตูหน้าต่างสนิท กลิ่นน้ำมันยาและยารักษาแผลอบอวลอยู่ทั่วห้อง
เสิ่นซวี่ไป๋เอนกายพิงหมอนนุ่ม ขาข้างหนึ่งดามด้วยเฝือกไม้และยกสูงไว้
