กู้ฉางเฟิงไม่แม้แต่จะเหลือบมองหญิงสาวคนนั้นอีก เขาดึงเซี่ยเซียวเดินจากไป
เซี่ยเซียวอดหันกลับไปมองไม่ได้ หญิงสาวยังคงยืนโดดเดี่ยวอยู่ที่เดิม กอดกล่องข้าวไว้ในมือ ก้มหน้าลง ไหล่ห่อลงเล็กน้อย ดูน่าสงสารอยู่บ้าง
“ไม่รับไว้หน่อยเหรอ? ยังไงก็เป็นน้ำใจของเขานะ” เซี่ยเซียวเอ่ย
กู้ฉางเฟิงไม่หันกลับมา “ผู้หญิงแบบนั้นไม่รู้จักเจียมตัว ไม่เหมาะกับฉัน ไม่มีเหตุผลต้องรับไว้”
เซี่ยเซียวจิ๊ปาก ไม่พูดอะไรอีก ก่อนเดินตรงออกไปนอกมหาวิทยาลัย
กู้ฉางเฟิงตะโกนตามหลัง “บ่ายนี้มีเรียน”
เซี่ยเซียวโบกมือโดยไม่หันกลับมา “ไม่เข้าแล้ว”
แม้ทั้งสองจะเป็นรูมเมตกัน แต่เซี่ยเซียวพักอยู่นอกมหาวิทยาลัยมาตลอด ความสัมพันธ์จึงไม่ได้สนิทสนมอะไรกันนัก
แค่กู้ฉางเฟิงชอบมานั่งข้างเขา เลยดูเหมือนสนิทกันเท่านั้น
เมื่อกลับถึงบ้าน เซี่ยเซียวทิ้งตัวลงบนโซฟา ทว่าในหัวกลับปรากฏภาพร่างสีหม่นของหญิงสาวคนนั้นขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย
ท่าทางที่เธอกอดกล่องข้าว ก้มหน้า ปลายนิ้วสั่นน้อย ๆ ราวกับหนามเล็ก ๆ ที่ทิ่มแทงกลางอกเขา ไม่ได้เจ็บ แต่กลับคาใจ
เขาขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิดแล้วนวดหว่างคิ้ว
เขาเป็นอะไรไป? ตาบอดจริง ๆ หรือว่าอัดอั้นจนมีปัญหา?
ผู้หญิงมอมแมมขนาดนั้น เขากลับยังนึกถึงเธออยู่ได้?
เซี่ยเซียวคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา ส่งข้อความหาฮวาหลี
เซี่ยเซียว: หลีเป่า ส่งรูปมาให้ฉันสักสองสามรูป ล้างตาหน่อย
เสี่ยวหลี: ล้างตาเหรอ? ตาเป็นอะไรไปล่ะ?
เซี่ยเซียว: เมื่อกี้เห็นผู้หญิงขี้เหร่คนหนึ่ง เร็วเข้า ส่งรูปสวย ๆ ของเธอมาให้ฉันที ขอพักสายตาหน่อย
