“ดูสถานการณ์ก่อนงั้นเหรอ?” ฟู่เจียงถิงหัวเราะเบา ๆ ทว่าแววตากลับเย็นชา “อยากดูว่าหนีได้หรือเปล่าสินะ”
ฮวาหลีส่ายหน้า ขอบตาแดงก่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ “เปล่านะ ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นจริง ๆ...”
ฟู่เจียงถิงก้มตามองเธอ
เขาบีบคางหญิงสาวให้เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่นั้นเอ่อคลอด้วยหยาดน้ำ ขนตาเปียกชื้นสั่นระริก ริมฝีปากเม้มจนซีดเซียว ดูน่าสงสารจับใจ
แต่มือของเขากลับไม่มีทีท่าว่าจะคลายออกแม้แต่น้อย
เขานึกถึงชาติก่อน
สถานที่เดิม ห้องห้องเดิม
ตอนนั้นเขาไข้ขึ้นจนไม่ได้สติ พอลืมตาตื่น ห้องก็ว่างเปล่าเสียแล้ว กุญแจรถหายไป เธอหนีไปแบบนั้นเอง
เขานอนซมเพราะไข้ตลอดทั้งวันทั้งคืน ราวกับไฟแผดเผาอวัยวะภายในจนเจ็บปวดไปหมด พอฟื้นขึ้นมาก็หมดเรี่ยวแรง ต้องคลานลงจากโซฟา แทบยืนไม่ไหว
คราวนี้ เธอก็อยากหนีอีกแล้ว
ที่จริงฟู่เจียงถิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องที่เฮ่อชิงเยว่ทิ้งเขาไป อย่างน้อยในชาติก่อน เขาก็ไม่เคยเก็บมาใส่ใจ
แต่ตอนนี้ เมื่อนึกถึงความรู้สึกเหมือนถูกทอดทิ้งขึ้นมาอีกครั้ง เส้นเลือดฝอยสีแดงก็ค่อย ๆ ปรากฏในดวงตาของเขา
เธอทิ้งเขาไปได้อย่างไรกัน?
ทั้งที่เขาไม่จำเป็นต้องมีเธออยู่ข้างกาย ต่อให้ต้องฝ่าช่วงไข้สูงระหว่างการตื่นพลังเพียงลำพัง เขาก็ทำได้
แต่เขาไม่ยอม
เขาไม่ยอมให้เธอจากไป
ฟู่เจียงถิงมีไข้สูงจนเริ่มมึนงง ภาพตรงหน้าพร่ามัวสลับกับชัดเจนเป็นระยะ
เขาหรี่ตามองหญิงสาวที่กำลังตื่นตระหนก แล้วรู้สึกว่าร่างกายยิ่งหนักอึ้งและร้อนผ่าวขึ้นทุกที หากยืนต่อไปแบบนี้ คงฝืนได้อีกไม่นาน
ไม่รู้ว่าเขานึกอะไรขึ้นมา จู่ ๆ ก็โน้มตัวลง แขนเลื่อนไปโอบเอวเธอแล้วรวบเข้าหาตัว อุ้มเธอขึ้นพาดแขนในท่าเจ้าสาวทันที
