ดวงตาของชายหนุ่มดำสนิท สายตาที่ทอดลงมามีประกายปรารถนาอย่างไม่ปิดบัง
ฮวาหลีอดเอ่ยไม่ได้ว่า “แต่คุณเป็นพี่ชายของฉันนะ!”
ฟู่เจียงถิงจ้องมองเธอลึกซึ้ง ก่อนตอบเสียงแหบพร่า “พี่ไม่เคยมองเธอเป็นน้องสาวเลย”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วพูดเสริมช้า ๆ “เฮ่อชิงเยว่ ระหว่างเราไม่มีสายเลือดเกี่ยวข้องกันแม้แต่น้อย”
แม้เจ้าของร่างเดิมจะไม่เคยมองพี่ชายบุญธรรมคนนี้เป็นพี่ชาย ทุกครั้งที่เรียกเขาว่าพี่ก็แค่เสแสร้งทำท่าทางเท่านั้น
แต่คำพูดของฟู่เจียงถิงช่างกำกวมเกินไป
ขนตาของฮวาหลีสั่นไหว ขอบตาแดงก่ำราวกับกระต่าย หยาดน้ำเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตา เปียกชุ่มแพขนตายาวงอน
เธอกัดริมฝีปากด้วยฟันขาว เสียงแผ่วเบาเจือแววไม่เต็มใจอยู่หลายส่วน “พ่อ... พ่อคงไม่ยอมหรอก”
ฟู่เจียงถิงได้ยินเช่นนั้นก็พลันหัวเราะออกมา
รอยยิ้มนั้นสั้นนัก มุมปากของเขายกขึ้นเพียงเล็กน้อย บนใบหน้าหล่อเหลาเย็นชากลับเผยความหมายบางอย่างที่ยากจะอธิบาย
คล้ายเยาะเย้ย และคล้ายเห็นเป็นเรื่องน่าขัน
“เธอคิดว่าเขาปกป้องเธอได้หรือ?” เขามองเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉย “เยว่เยว่ ดูท่าเธอยังไม่เข้าใจสถานการณ์ตอนนี้สินะ”
สิ้นเสียง เขาก็ลุกจากเตียง โน้มตัวลงแล้วรวบเธอเข้ามาในอ้อมแขน
ฮวาหลีหลุดเสียงอุทานเบา ๆ ก่อนจะโอบคอเขาไว้ตามสัญชาตญาณ วินาทีถัดมาเขาก็อุ้มเธอมาถึงข้างหน้าต่างแล้ว
ฟู่เจียงถิงยื่นมือข้างหนึ่งไปกระชากหน้าต่างกระจกในห้องนอนให้เปิดออก
ด้านนอกหน้าต่างคือถนนในอำเภอ แสงแดดซีดขาวส่องลงบนซากปรักหักพังเกลื่อนพื้น
