ต้องบอกว่า การวางยาเสิ่นซวี่ไป๋ของโจวจิ่นเซ่อเมื่อคืนนี้ กลับทำให้ฮวาหลีได้ไอเดียขึ้นมา
เสิ่นซวี่ไป๋ไม่ได้เฝ้าฝันถึงแต่การครองรักกับยอดดวงใจของเขาไปชั่วชีวิต โดยมีเพียงกันและกันหรอกหรือ?
ที่จริงเรื่องนี้ก็ไม่ได้แย่อะไรนัก
หากเป็นบุรุษคนอื่น ฮวาหลีคงเอ่ยชมสักคำว่าช่างรักมั่น
แต่เสิ่นซวี่ไป๋กลับอยากได้ทั้งความรักและอำนาจ แต่งสตรีเหล่านี้เข้ามาแล้วกลับทอดทิ้งพวกนางทีละคน
คราวนี้นางจะทำให้เขาไม่ได้ดั่งใจเสียบ้าง
มู่หรงหว่านมีฐานะเป็นถึงพระชายาองค์รัชทายาท อีกทั้งวางคนของตนไว้ทั่วตำหนักบูรพามานานแล้ว
ข้างกายอนุทั้งหลาย ย่อมมีคนของนางแทรกซึมอยู่ด้วยเช่นกัน
มิฉะนั้น ในเรื่องเดิม นางเป็นเพียงสตรีที่เก็บตัวอยู่แต่ในเรือน แล้วจะก่อเรื่องทำร้ายผู้อื่นได้ทีละเรื่อง ๆ อย่างไร?
เพียงออกคำสั่ง ย่อมมีคนจัดการให้นาง
หยุนซิ่วไม่เข้าใจอยู่เต็มอก นางรู้ว่าห่อยานั้นคืออะไร แต่ก็ไม่กล้าขัดคำสั่ง จึงกำห่อกระดาษไว้แน่น ก้มหน้าถอยออกไป
คืนนั้น พลังโชคชะตาสายหนึ่งลอยเข้ามาจากนอกหน้าต่างอีกครั้ง ก่อนจะซึมเข้าสู่ร่างฮวาหลีอย่างเงียบเชียบ
ฮวาหลีขยับมุมปากยิ้มในห้วงฝัน พลิกตัวนอนหลับอย่างสบายใจยิ่งกว่าเดิม
ทว่าในเรือนฝูฉวีของหลิ่วหานเยียน กลับวุ่นวายราวกับเกิดจลาจล
เดิมทีเสิ่นซวี่ไป๋แค่คิดจะแวะมานั่งสักครู่ ดื่มชาสักถ้วยแล้วก็กลับ เพื่อรักษาหน้าของไทเฮา
ใครจะคิดว่าหลังดื่มชาเข้าไปเพียงถ้วยเดียว ไฟปรารถนาสายหนึ่งก็พุ่งขึ้นสู่ศีรษะ เผาผลาญสติสัมปชัญญะจนพร่าเลือน เขาคว้าสตรีข้างกายขึ้นมาแล้วพากันล้มลงบนเตียง
เมื่อได้สติกลับคืนมา ฤทธิ์ยาก็ผ่านพ้นไปแล้ว
ใบหน้าของเสิ่นซวี่ไป๋เขียวคล้ำ เขาผลักหลิ่วหานเยียนตกจากเตียงอย่างแรง
“นางแพศยา!” เขาเดือดดาลจนแทบคลั่ง “เจ้ากล้าวางยาเราด้วยหรือ!”
