เจียงหลานซึ่งจัดการบ่าวรับใช้จนล้มระเนระนาดบนพื้น พลันหันไปมองฉินซื่อกับเจียงชิงเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้าง สองแม่ลูกสะดุ้งเฮือก กอดกันแน่นยิ่งกว่าเดิม
นังสารเลวนี่... นังสารเลวนี่คงไม่คิดจะลงมือกับพวกนางจริง ๆ กระมัง?
สีหน้าตื่นตระหนกของฉินซื่อค่อย ๆ สงบลง แต่เดิมนางเพียงคิดจะสั่งสอนนังสารเลวนี่ ให้รู้จักเชื่อฟังตนแต่โดยดี
ทว่าดูจากสถานการณ์ในยามนี้แล้ว คงปล่อยนางไว้ไม่ได้อีก
ฉินซื่อส่งสายตาเปี่ยมจิตสังหารให้หวังผอจื่อ เมื่อเห็นดังนั้น หวังผอจื่อก็พยักหน้ารับทันที ก่อนล้วงนกหวีดลับออกจากแขนเสื้อแล้วเป่าโดยไร้เสียง
สิ่งนี้มีไว้ใช้ติดต่อกับองครักษ์ลับโดยเฉพาะ เมื่อได้รับคำสั่ง องครักษ์ลับก็ปรากฏตัวขึ้นในมุมที่ไม่มีผู้ใดล่วงรู้ กลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อมโดยรอบ พวกเขามองเจียงหลานที่ยืนอยู่ตรงนั้น เตรียมใช้อาวุธลับสังหารนาง
“พวกเจ้ามัวทำอะไรกันอยู่!”
ในจังหวะนั้นเอง หญิงชราผมขาวโพลนผู้หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในสายตาของทุกคน นางถือไม้เท้าและมีท่าทางน่าเกรงขามอย่างยิ่ง
เมื่อฉินซื่อเห็นหญิงชราผู้นั้น ใบหน้าก็พลันซีดเผือด พูดจาติดขัดไปหมด
“ท่านแม่... ท่านแม่สามี เหตุใดท่านจึงออกมาเจ้าคะ?”
คนผู้นี้ก็คือฮูหยินผู้เฒ่าแห่งจวนหย่งอันโหว มารดาของเจียงซื่อสยง
ตามปกติแล้วนางจะอยู่สวดมนต์ภาวนาในวิหารพระพุทธรูปหลังเรือน ไม่ว่าในจวนโหวจะเกิดเรื่องใหญ่หรือเล็ก นางก็ไม่เคยปรากฏตัว แม้กระทั่งเมื่อหลายวันก่อน ตอนจวนโหวหมั้นหมายกับราชวงศ์ นางก็ยังไม่ออกมา
ด้วยเหตุนี้ การปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันในยามนี้จึงทำให้ฉินซื่อตกใจยิ่งนัก
ฉินซื่อถลึงตามองเจียงหลานอย่างเคียดแค้น ในใจขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน นางต้องเป็นต้นเหตุแน่ นังตัวอัปมงคลก็เป็นตัวอัปมงคลวันยังค่ำ ถึงกับทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าออกจากวิหารพระพุทธรูปได้ ยามนี้ฉินซื่อเสียใจอย่างยิ่ง นางน่าจะฆ่านังสารเลวนี่ทิ้งเสียตั้งแต่สิบปีก่อน
