จวนหย่งอันโหว
เจียงชิงเอ๋อร์เอนกายออดอ้อนอยู่ในอ้อมแขนฉินซื่อ พลางบ่นตัดพ้อ
“ท่านแม่ คนที่ท่านส่งไปจัดการเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจึงปล่อยให้หญิงแพศยาเจียงหลานนั่นกลับมาได้”
พอเอ่ยถึงเรื่องนี้ ฉินซื่อก็ปวดหัวไม่น้อย คนที่นางส่งไปหลายคนนั้นจนบัดนี้ยังไร้ข่าวคราว ไม่รู้ว่าตายหรือยัง แต่เพียงคิดสักนิดก็รู้ว่า ส่วนใหญ่คงตายด้วยน้ำมือหญิงชั่วเจียงหลานผู้นั้น ดูท่าจะประมาทนางไม่ได้เสียแล้ว
ถึงอย่างนั้น ต่อให้นางมีฝีมือจริง ก็อย่าหวังว่าจะก่อคลื่นลมในมือฉินซื่อได้
“รอดูเถิด อีกประเดี๋ยวแม่จะเรียกหญิงชั่วนั่นมาสั่งสอน ให้รู้กฎระเบียบของจวนโหว และให้รู้ว่าผู้ใดเป็นใหญ่ในจวนแห่งนี้”
ฉินซื่อนั่งตัวตรง สั่งให้หวังผอจื่อไปเรียกเจียงหลาน ไม่นานเจียงหลานก็ปรากฏตัวต่อหน้าสองแม่ลูก นางสวมกระโปรงหลิวเซียนซึ่งเป็นแบบที่กำลังนิยมที่สุดในเมืองหลวงยามนี้ เนื้อผ้าเป็นแพรไหมชั้นเลิศ ชุดหนึ่งมีราคาอย่างน้อยหนึ่งร้อยตำลึงเงิน
ยามนี้เจียงหลานมีบุคลิกโดดเด่นเหนือสามัญ ราวกับเซียนธิดาจากวิมานสวรรค์ร่วงหล่นลงมายังโลกมนุษย์
นางงดงามระยิบระยับจนชวนให้ตาพร่า ไหนเลยจะยังเห็นสภาพซอมซ่อและอัตคัดขัดสนของนางในคราวแรกที่กลับมาจวนโหวได้อีก หลังความตกตะลึงผ่านพ้น ความริษยาอันบ้าคลั่งก็พลุ่งขึ้นในใจเจียงชิงเอ๋อร์ นางผุดลุกจากอ้อมแขนฉินซื่อ แล้วจ้องเจียงหลานเขม็งอย่างเคียดแค้น
“บอกมา! เสื้อผ้าบนตัวเจ้าไปขโมยมาจากที่ใด”
แม้แต่ท่านแม่ที่รักนางที่สุดยังไม่ยอมซื้อกระโปรงหลิวเซียนชุดนี้ให้ หญิงชาวบ้านอย่างหญิงชั่วผู้นี้จะมีเงินจากที่ใดได้ ต้องเป็นของที่ได้มาโดยมิชอบแน่
