ไป๋หลี่เฮ่าซึ่งอยู่ในรถม้าได้ยินเสียงแหวกอากาศ ทว่าสีหน้ากลับไม่แปรเปลี่ยนแม้แต่น้อย เขาใช้นิ้วกดลงเบา ๆ ตรงด้านข้าง ทันใดนั้นผนังรถม้าที่ดูเรียบธรรมดาก็ผุดโล่ขึ้นมานับไม่ถ้วน ลูกธนูที่พุ่งเข้ามาล้วนร่วงหล่นลงพื้น
เมื่อเห็นภาพนั้น เหล่านักฆ่าในป่าทึบต่างตื่นตะลึง ภาพตรงหน้าสร้างแรงสะเทือนใจให้พวกเขาอย่างหนัก รถม้าของจิ้นอ๋องถึงกับมีกลไกซ่อนอยู่ด้วย
เมื่อรู้ว่าวันนี้ไม่มีทางเอาชีวิตไป๋หลี่เฮ่าได้ เสียงนกหวีดพลันดังขึ้นจากในป่าไผ่ เหล่านักฆ่าได้ยินแล้วก็หยุดมือ เตรียมถอนกำลัง
มาได้ง่ายดาย คิดจะกลับไปหรือ? ไม่มีทาง!
คราวอยู่จี้โจว เพราะประมาทเลินเล่อเกินไป เขาจึงถูกลอบโจมตีจนตกลงไปในทะเลสาบ เกือบจมน้ำตาย ความอัดอั้นนั้นฝังอยู่ในใจไป๋หลี่เฮ่ามาโดยตลอด บัดนี้ยังมาถูกลอบสังหารอีก เขาจำต้องระบายความแค้นนี้ออกมาให้หมด
หลังคารถม้าเปิดออก ไป๋หลี่เฮ่าก็ทะยานออกมาอย่างสง่างาม ไอเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง เขาเหลือผู้รอดชีวิตไว้เพียงคนเดียว ส่วนนักฆ่าที่เหลือล้วนถูกสังหารสิ้น นักฆ่าคนนั้นคิดจะกัดยาพิษที่ซ่อนอยู่ใต้ลิ้นเพื่อฆ่าตัวตาย ทว่าไป๋หลี่เฮ่ากลับหักกรามของเขาเสียก่อน
“อยากตายหรือ? ไม่ง่ายเพียงนั้นหรอก”
เขาหันไปสั่งชิงซาน
“คุมตัวให้เข้มงวด ก่อนจะสารภาพทุกอย่าง ห้ามปล่อยให้มันตายเด็ดขาด”
ชิงซานสกัดจุดนักฆ่า ทำให้ขยับตัวไม่ได้ จากนั้นก็จับมัดไว้บนหลังม้า ตลอดทางที่ม้าควบกระเทือนจนเขาแทบทนไม่ไหว ชีวิตยังไม่สู้ตาย
ครึ่งชั่วยามให้หลัง พวกเขาก็มาถึงเมืองหลวง
นอกประตูเมือง ไป๋หลี่จิ่นซึ่งเพิ่งหมั้นหมายกับจวนจิ้งอันโหวได้รออยู่เป็นเวลานานแล้ว เมื่อเห็นรถม้าแล่นใกล้เข้ามาทุกขณะ เขาก็ก้าวเร็ว ๆ เข้าไปหา พลางแสดงสีหน้าเคารพนบนอบ
เมื่อรถม้าหยุดลง เขาก็ยิ้มแย้มแล้วคำนับไปทางด้านใน
“เสด็จพี่ เสด็จพ่อมีรับสั่งให้ข้ามารอที่นี่ เพื่อรับเสด็จพี่เข้าวังและจัดงานเลี้ยงต้อนรับพ่ะย่ะค่ะ”
