โจวอวี่อันรู้สึกมึนงงไปทั้งหัว ร่างกายร้อนรุ่มไปหมด
ขณะนั้นเอง ร่างเย็นเฉียบและลื่นเนียนก็พลันแนบเข้ามาในอ้อมอก
ระบบส่งเสียงกรีดร้องแหลมลั่นในหัวเขา 【โฮสต์!! รีบตื่นเดี๋ยวนี้! แย่แล้ว! เจ้าเสียความบริสุทธิ์แล้ว! เจ้าแปดเปื้อนแล้ว!!】
โจวอวี่อันสะดุ้งลืมตาขึ้นทันที
แม้ภาพตรงหน้าจะยังพร่าเลือน แต่ปลายจมูกกลับได้กลิ่นแป้งหอมหวานเลี่ยนจนแทบเอียนก่อน
ก้มลงมองก็เห็นสตรีนางหนึ่งสวมเอี๊ยมสีแดงชาดกำลังเอนกายอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมอก ผิวขาวราวหิมะ ไหล่กลมมน ยามนี้นางเงยใบหน้างามที่เปื้อนคราบน้ำตาขึ้น ดวงตาฉ่ำวาวจับจ้องมาที่เขา
โจวอวี่อันตื่นเต็มตาขึ้นมาทันที “...ระบบ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? เพิ่งเริ่มก็เร่าร้อนขนาดนี้ เจ้าโดนไวรัสเล่นงานหรือไง?”
【ถุย! เจ้าสิติดไวรัส!】
เสียงระบบร้อนรนเร่งเร้า 【เจ้าถูกยาปลุกกำหนัด! รีบเข้า! ผู้หญิงที่อยู่บนพื้นนั่นคือนางเอก! รีบพานางออกไปให้พ้น ยิ่งไกลยิ่งดี!】
พอได้ยินคำว่า “นางเอก” โจวอวี่อันก็ยกมือผลักนางออกไปโดยไม่ต้องคิด
“อ๊ะ!”
สตรีผู้นั้นไม่ทันตั้งตัว ร้องเสียงหลงก่อนจะหงายหลังลงไปนั่งกระแทกพื้นอิฐเย็นเฉียบอย่างแรง
เห็นได้ชัดว่านางไม่คิดเลยว่า แม้สถานการณ์จะมาถึงขั้นนี้แล้ว บุรุษผู้นี้ก็ยังผลักนางออกได้
นางทำท่าจะร้องไห้ เงยหน้าขึ้น พยายามเผยใบหน้าให้แสงเทียนส่องชัด เพื่อจุดประกายความสนใจของบุรุษขึ้นมาอีกครั้ง
โจวอวี่อันไม่แม้แต่จะมองนาง หันไปตะโกนใส่ด้านนอก “ใครก็ได้!”
ประตูตำหนักเปิดผางพร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าด ขันทีร่างอ้วนกลมคนหนึ่งกลิ้งคลานพรวดเข้ามา ก่อนคุกเข่าลงกับพื้น “ฝ่าบาท! ฝ่าบาท พระองค์...”
โจวอวี่อันชี้ไปยังร่างบนพื้น “ลากออกไป”
ขันทีร่างอ้วนอึ้งงัน สายตากวาดไปมาระหว่างใบหน้าแดงก่ำเพราะพิษไข้ของโจวอวี่อันกับสตรีที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ก่อนเอ่ยอย่างลังเล “ฝ่าบาท พระวรกายของพระองค์...”
“ข้าหายดีแล้ว!” เส้นเลือดที่ขมับโจวอวี่อันเต้นตุบ แทบจะตะคอกออกมา “รีบลากนางออกไปเดี๋ยวนี้!”
“พ่ะ...พ่ะย่ะค่ะ!”
ขันทีร่างอ้วนโบกมือ ขันทีอีกสองคนก็รีบเข้ามาจากด้านนอก จับแขนสตรีนางนั้นไว้คนละข้าง แล้วลากออกไปโดยไม่สนว่านางจะดิ้นรนเพียงใด