เฉียวอันเข้าครัวเตรียมอาหารตั้งแต่เช้าตรู่
ตามที่แจ้งไว้เมื่อวาน วันนี้น่าจะมีคนมาราวสามสิบคน
เธอไม่ได้ทำอาหารหรูหราอะไรมากมาย
เธอตุ๋นซี่โครงหมูกับมันฝรั่งหม้อใหญ่ ต้มโจ๊กไข่เยี่ยวม้าหมูสับอีกหม้อ แล้วผัดเห็ด ผัดผักกาดหอมกับเบคอน และตุ๋นกะหล่ำปลีกับหมูและวุ้นเส้น
เห็ดกับผักกาดหอม เธอจะบอกคนอื่นว่าเป็นผักฟรีดราย อย่างไรเสียก็แจ้งไว้แล้ว ไม่กลัวใครมาตรวจ
ตอนที่อาหารยังทำไม่เสร็จ หลี่เส่าหวินก็ให้คนขนโต๊ะกับเก้าอี้มาแล้ว
ลานเล็ก ๆ วางโต๊ะได้พอดีสามตัว
พอถึงเที่ยง แต่ละบ้านก็พากันเดินมาตามกลิ่นหอมของอาหาร
เฉียวอันเป็นคนเลี้ยงอาหาร คนที่มากินก็ต้องแสดงน้ำใจตอบแทนกันบ้าง
บ้านนี้หิ้วของแห้งมานิดหน่อย บ้านโน้นหิ้วน้ำอัดลมมาสองสามขวดหรือขนมตัดมา
มีไปมีมา จึงจะเรียกว่ามีมารยาท
หลี่เส่าหวินกับหวังเป่าหัวก้าวเข้าประตูมา พอเห็นอาหารที่จัดเรียงอยู่บนโต๊ะก็แทบตกใจจนคิ้วกระเด็น
ครอบครัวทหารที่เพิ่งย้ายมาใหม่ตามปกติ ก็แค่ทำมันฝรั่งผัดถั่วฝักยาว กะหล่ำปลีตุ๋นวุ้นเส้น ถ้าดีหน่อยก็เติมหมูสับลงไปนิดหนึ่ง
แต่โต๊ะของเฉียวอันนี่ช่างจัดเต็มเกินไปแล้ว
นอกจากเห็ดผัด ทุกจานล้วนมีเนื้อสัตว์ พวกเธอแม้แต่ช่วงตรุษจีนก็ยังไม่กล้ากินกันขนาดนี้
“เส่าหวิน พี่เป่าหัว รีบนั่งสิคะ นั่งเลย”
เฉียวอันเพิ่งถอดผ้ากันเปื้อน
จากนั้นกลุ่มใหญ่ก็มาถึง
การเลี้ยงอาหารต้อนรับสมาชิกใหม่เป็นเพียงธรรมเนียม คนที่มาจึงเป็นครอบครัวทหาร ไม่มีผู้ชายมาด้วย
แม้แต่ฮั่วจี้วิ๋นก็จงใจไม่กลับมา
ก็เพื่อเปิดโอกาสให้เฉียวอันได้ทำความคุ้นเคยกับครอบครัวทหารคนอื่น ๆ
ผู้หญิงราวสามสิบคนนั่งลงบนเก้าอี้
แทบทุกคนมีสีหน้าเหมือนกัน
“โอ้โห กับข้าวพวกนี้จัดเต็มจริง ๆ เฉียวอันเอาอาหารช่วงตรุษจีนออกมาหมดเลยหรือไง”
