ที่รดลงไปก็เป็นน้ำธรรมดา แต่สิ่งที่ต่างออกไปคือ เธอเติมน้ำจากบ่อในถุงมิติลงในถังน้ำตามสัดส่วนสิบต่อหนึ่ง
เฉียวอันจะนั่งยอง ๆ อยู่ข้างแปลงผักทุกวัน คอยดูว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่
ที่พักพิงนิรันดร์ก็ต้องทำการเกษตรด้วย เธอจึงรู้ดีว่าควรปลูกผักชนิดไหนในสภาพอากาศแบบใด
ตอนนี้เป็นช่วงต้นเดือนกันยายน อุณหภูมิที่ลดลงจะส่งผลต่อการงอกของต้นกล้า เธอจึงเลือกปลูกผักใบที่โตเร็ว
ผักกาดขาว ผักกวางตุ้ง ผักกาดหอม ผักโขม และผักเกยฉ่าย ทั้งห้าชนิดปลูกแยกกันชนิดละหนึ่งแถว
ราวหนึ่งสัปดาห์ต่อมา เฉียวอันก็พบอย่างประหลาดใจว่าต้นกล้าพุ่งขึ้นมาแล้ว แถมยังเติบโตงอกงาม ความเร็วมากกว่าการหว่านเมล็ดตามปกติถึงหนึ่งในสาม
ดูเหมือนว่าน้ำจากบ่อนี้จะได้ผลจริง ๆ
ฮั่วจี้วิ๋นก็สังเกตเห็นแปลงผักเล็ก ๆ ในบ้านเช่นกัน เขาไม่เคยคิดเลยว่าเฉียวอันจะปลูกขึ้นจริง ๆ
เพียงแต่เขาไม่รู้จักผักพวกนี้สักชนิด
เฉียวอันยังคงใช้วิธีเดิม อะไรที่อธิบายไม่ได้ก็อ้างว่าเป็นของจากเมืองท่าทั้งหมด
แต่ฮั่วจี้วิ๋นไม่ได้โง่ “อันอัน เมล็ดพันธุ์ผักจากเมืองท่า จะปลูกขึ้นที่เมืองอามู่ถูของเราได้ยังไงกัน อากาศต่างกันคนละเรื่องเลยนะ”
เฉียวอันยังไม่แน่ใจว่านี่เป็นเพราะน้ำจากบ่อหรือเปล่า จึงไม่กล้าพูดฟันธง “ช่วงนี้ฉันว่างอยู่บ้าน เลยลองผสมน้ำหล่อเลี้ยงดู พอผสมน้ำหล่อเลี้ยงแล้วเอาไปรด เหมือนว่าจะช่วยปรับปรุงคุณภาพดินได้”
“แต่ตอนนี้ฉันก็ยังไม่แน่ใจว่าน้ำหล่อเลี้ยงเป็นตัวที่ทำให้ได้ผลหรือเปล่า”
ฮั่วจี้วิ๋นตกใจมาก หากเป็นอย่างที่เฉียวอันพูดจริง น้ำหล่อเลี้ยงสามารถเปลี่ยนสภาพดินได้ เช่นนั้นทั่วทั้งภาคตะวันตกเฉียงเหนือก็จะปลูกธัญพืชได้ ทุกคนไม่ต้องอดอยากอีกต่อไป และจะได้กินอิ่มกินดี!
