ผ่านไปครึ่งเดือน สีหน้าของเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นก็มีเลือดฝาดขึ้น ดูสุขภาพดีขึ้นไม่น้อย
เมื่อไม่มีกัวไช่เฟิ่งตัวป่วน เจิงฝูชุ่นก็รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
เมื่อก่อนพอกลับถึงบ้าน ก็มีแต่เสียงบ่นไม่ก็ทะเลาะกัน แล้วตอนนี้ล่ะ?
มีภรรยา มีลูก และเตียงอุ่น ๆ รออยู่ที่บ้าน ช่างเป็นความสุขเสียจริง
เซี่ยเสี่ยวอวิ๋นเองก็สัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเจิงฝูชุ่น จึงปฏิบัติต่อเขาดีขึ้นมาก
ท้องของเฉียวอันใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ทำงานอะไรก็ไม่สะดวก
ฮั่วจี้วิ๋นจึงตัดสินใจกลับบ้านทุกวันตอนเที่ยง ทำอาหารให้เฉียวอันกับลูกเสร็จแล้วค่อยกลับไปทำงาน
แทบทุกคนเห็นฮั่วจี้วิ๋นวิ่งไปมาระหว่างค่ายทหารกับเขตบ้านพักทุกวัน
ตอนเที่ยงเดินผ่านบ้านตระกูลฮั่ว ยังเห็นผู้ชายคนหนึ่งผูกผ้ากันเปื้อนขะมักเขม้นทำงานอยู่ในครัว
หลินว่านเองก็สังเกตเห็น
จะบอกว่าไม่รู้สึกขมขื่นเลยก็คงเป็นไปไม่ได้
ผู้ชายแสนดีขนาดนี้ ทำไมถึงตกเป็นของเฉียวอันไปได้
สี่ปีแล้ว ไม่ว่าเธอจะพยายามแค่ไหน จะคอยเอาอกเอาใจสักเท่าไร ฮั่วจี้วิ๋นก็ยังคงมีท่าทีเฉยเมยกับเธอเสมอ
แต่ก่อนหลินว่านคิดว่าฮั่วจี้วิ๋นเป็นคนแบบนี้ เขาไม่เคยพูดคุยกับผู้หญิงสาวคนอื่นในเขตบ้านพัก เจอกันก็แค่พยักหน้าทักทาย
มีเพียงกับเธอเท่านั้นที่เขายังแสดงสีหน้าดี ๆ ให้บ้าง
ตอนนั้นหลินว่านไร้เดียงสาคิดว่าฮั่วจี้วิ๋นปฏิบัติต่อเธอแตกต่างจากคนอื่นมากแล้ว
แต่ตั้งแต่เฉียวอันปรากฏตัว เธอถึงได้รู้ว่าอะไรคือการลำเอียงเข้าข้างอย่างแท้จริง
ฮั่วจี้วิ๋นสามารถยืนอยู่เบื้องหลังเฉียวอันอย่างไม่มีเงื่อนไข คอยสนับสนุนและปกป้องเธออย่างหนักแน่น
