นั่นคือบทสนทนาที่เกิดขึ้นหน้าห้องผ่าตัด
“ห้ามผ่าท้อง! ต้องคลอดเอง ต่อให้วันนี้เธอตาย ก็ต้องคลอดหลานชายคนโตของฉันออกมาให้ได้”
......
“ฉันอ่านหนังสือไม่ออก ฉันไม่เซ็น ยังไงวันนี้พวกคุณจะพูดยังไงก็ไม่มีประโยชน์ ฉันไม่เซ็นเด็ดขาด”
“ถ้าเธอตายก็เป็นชะตาของเซี่ยเสี่ยวอวิ๋นเอง เมียตายก็แต่งใหม่ได้ มีผู้หญิงตั้งมากมายที่คลอดลูกให้ลูกชายฉันได้ ไม่ได้ขาดเธอคนเดียว”
......
“ปล่อยให้เวลาผ่านไปตั้งนานกว่าจะพาคนไข้มาส่งโรงพยาบาล แถมยังดื้อดึงไม่ยอมเซ็นยินยอมให้ผ่าตัดอีก ฉันว่าคุณตั้งใจจะฆ่าเธอให้ตาย ใจคุณนี่ชั่วร้ายจริง ๆ”
“ถ้าไม่ใช่เพราะพาคนคลอดมาส่งช้าเกินไป เด็กก็คงไม่เป็นอะไร นี่ไม่ใช่ความผิดของญาติหรือไง?”
“น้ำคร่ำของเธอแทบจะไหลหมดแล้ว ถ้าคุณไม่พามาโรงพยาบาล วันนี้คงตายทั้งแม่ทั้งลูก ตอนนี้ยังกล้าถามอีกเหรอว่าทำไมเด็กต้องนอนโรงพยาบาล?”
เฉียวอันกดปุ่มหยุด เสียงทั้งหมดก็ขาดหายไปทันที
“นายพันเจิง ถ้าอยากฟังให้ละเอียดอีกครั้ง ผมให้ยืมเครื่องบันทึกเสียงได้”
แววตาของเจิงฝูชุ่นดูเลื่อนลอย ราวกับไม่อยากเชื่อว่าคำพูดโหดร้ายเมื่อครู่จะออกมาจากปากแม่ของเขา
เซี่ยเสี่ยวอวิ๋นที่ยืนอยู่ข้างเขาตาแดงก่ำ ตอนนั้นที่บ้าน กัวไช่เฟิ่งเห็นเธอเจ็บปวด ไม่เพียงไม่ช่วย ยังซ้ำเติมอย่างสะใจ ราวกับรอให้ถึงวันนี้มานานแล้ว
วันนี้เธอเองก็เพิ่งได้ยินคำพูดที่กัวไช่เฟิ่งพูดในโรงพยาบาลด้วยหูตัวเองเป็นครั้งแรก
ก่อนหน้านี้เธอแค่โกรธกัวไช่เฟิ่ง แต่ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ความรู้สึกนั้นคือความเกลียดชัง
เกลียดจนฝังลึกถึงกระดูก
