“อาชู ยัยเด็กดื้อเอ๊ย” หญิงวัยสามสิบที่ยังพอมองเห็นเค้าความงามสะกดตาเมื่อครั้งยังสาวกัดฟันพูด “เธอไปพัวพันกับขันทีได้ยังไงกัน นั่น...นั่นมันคนที่ไม่มีของสำคัญนั่นนะ” ประโยคสุดท้ายหญิงคนนั้นกดเสียงพูดเบา ๆ
คนที่ไม่ควรล่วงเกินที่สุดในวังแห่งนี้ก็คือขันที เพราะต้องเสียอำนาจมาตั้งแต่เด็ก พวกเขาจึงทั้งรู้สึกด้อยค่าและคลุ้มคลั่งยิ่งกว่าใคร
อย่างเรื่องของหวินชินเมื่อไม่กี่วันก่อน ในฐานะอดีตหัวหน้าขันที ทั้งที่มีอำนาจล้นฟ้าในวังแท้ ๆ แต่กลับยังไขว่คว้าทุกอย่างที่ผู้ชายธรรมดามี เขาสู่ขอเหลียนซินจากตำหนักฮองเฮามาเป็นคู่กินอยู่ด้วยกัน แม้อายุของทั้งสองจะห่างกันมาก แต่หากใช้ชีวิตกันดี ๆ ก็แล้วไป
แต่ขันทีคนหนึ่งกลับกินยาอาจีซูหวานซึ่งเป็นยาปลุกกำหนัดทุกคืน บังคับให้เหลียนซินร่วมหลับนอน แถมยังใช้สิ่งของสารพัดแทงเธอเพื่อชดเชยส่วนที่ขาดหายไปของร่างกาย จนเหลียนซินทนรับความอัปยศไม่ไหว
หลังหวินชินก่อเรื่องใหญ่ เหลียนซินก็แจ้งว่าเขาเป็นคนปล่อยข่าวลือใส่ร้ายหรูอี้ ภายหลังการสอบสวนก็ยืนยันได้ว่าเป็นความจริง ฮ่องเต้มีรับสั่งให้หวินชินถูกตัดเอ็นมือและเอ็นเท้า ก่อนประหารด้วยวิธีปิดหน้าอุดปาก แล้วเรียกขันทีทุกคนไปยังสำนักลงทัณฑ์เสินสิงเพื่อดูขั้นตอน ทำเอาขันทีหลายคนตกใจจนเป็นลม
ทุกวันนี้ ขันทีและนางกำนัลถูกห้ามไม่ให้เป็นคู่กินอยู่ด้วยกันโดยเด็ดขาด หากถูกจับได้จะถูกลงโทษอย่างหนัก
“กูกูคะ จิ้นจงดีกับหนูมากเลย” อาชูงอนิ้วมือนับข้อดีของจิ้นจง “เขาซื้อของกินของดื่มให้หนู ซื้อสร้อยอัญมณีให้ แล้วยังเอานิยายเรื่องใหม่จากนอกวังมาให้หนูอ่านเป็นลัง ๆ คอยทำให้หนูมีความสุข พอหนูเหนื่อยก็แบกหนู พอกระหายน้ำก็ป้อนน้ำให้ เงินเบี้ยหวัดทุกเดือนก็ยกให้หนูหมด ที่สำคัญที่สุดคือ...”
อาชูเขินจนยกมือขึ้นประคองแก้ม “เขาหน้าตาดีค่ะ”
“เธอนี่มันตาต่ำจริง ๆ” คำพูดของอาชูทำให้กูกูฟางสั่นด้วยความโมโห “ที่พูดมาก่อนหน้านี้ตั้งเยอะล้วนไร้สาระ ที่แท้ก็ชอบหน้าตาเขานี่เอง แต่เป็นขันทีแล้วหน้าตาดีไปจะมีประโยชน์อะไร? เขาทำให้เธอมีลูกไม่ได้ ไม่มีวันมีลูกหลานเต็มบ้านให้ชื่นใจ รอเธอโตขึ้นแล้วจะต้องเสียใจแน่”
“มีลูกดีตรงไหนกันคะ ต้องเสี่ยงตายไปเที่ยวประตูผีด้วยซ้ำ แล้วกูกูเองก็ไม่มีลูกแท้ ๆ แต่ก็มาหนูอยู่นี่ไง หนูถือว่ากูกูเป็นแม่แท้ ๆ เลยนะคะ” อาชูเปลี่ยนเรื่องแล้วออดอ้อนทำตาน่าสงสาร “หนูใช้นามสกุลกูกู กินของกูกู ดื่มของกูกู อาศัยอยู่กับกูกู จะไม่ยอมรับหนูก็ไม่ได้แล้วนะคะ~ กูกู~ แม่~ ยอมให้หนูกับจิ้นจงคบกันเถอะ หนูสาบานว่าเรื่องนี้หนูไม่ได้บอกใครเลยนอกจากกูกู กูกูเป็นทั้งกูกูแท้ ๆ และแม่แท้ ๆ ของหนู หนูไม่อยากปิดบังกูกูค่ะ”
“ยัยตัวแสบเอ๊ย” กูกูฟางปาดน้ำตาที่หางตาอย่างเขิน ๆ “รู้จักแต่พูดจาหวาน ๆ มาหลอกกูกูอยู่เรื่อย”
“หนูไม่ได้หลอกนะคะ หลังจากท่านพ่อกับท่านแม่เสียไป กูกูก็เลี้ยงหนูมาตั้งแต่เด็ก” อาชูกุมมือกูกูฟาง “กูกูสอนหนูอ่านเขียน สอนมารยาทและความละอายใจ ทุกอย่างที่ให้หนูได้กูกูก็ให้หมด กูกูเป็นกูกูที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และเป็นแม่ที่ดีที่สุดในใจหนู หนูรู้ว่ากูกูหวังดี แต่หนูไม่อยากออกจากวังไปแต่งงาน ใช้ชีวิตเป็นภรรยาคอยดูแลสามีเลี้ยงลูก จิ้นจงเข้าใจ เคารพ ทะนุถนอม และรักหนู หนูเองก็รักเขาค่ะ กูกูไม่ต้องห่วงเรื่องเราไม่มีลูกอยู่ข้างกายด้วยนะคะ ต่อไปเรารับเด็กกำพร้าที่เร่ร่อนอยู่ข้างนอกมาเลี้ยง แล้วเราจะช่วยกันดูแลกูกูตอนแก่ ดีไหมคะ~ ดีไหม~ กูกู~ แม่~”
“ได้ ๆ ๆ ตามใจเธอ ตามใจเธอ” ไม่มีใครต้านทานคำหวานของอาชูได้ ไม่นานกูกูฟางก็ยอมแพ้ เธอหัวเราะพลางดุว่า “โตขนาดนี้แล้วยังชอบอ้อนเหมือนตอนเด็ก ๆ อีก”
“เพราะมีกูกูอยู่ อาชูก็เป็นเด็กน้อยได้ตลอดไปค่ะ หนูไม่ทำแบบนี้กับคนอื่นหรอก” อาชูซุกตัวในอ้อมกอดของกูกูฟาง พูดเสียงหวานนุ่ม
“หือ? แล้วกับจิ้นจงก็ไม่ทำเหรอ?” กูกูฟางถามอย่างขบขัน
อาชูตอบหนักแน่น “หนูจะเป็นเด็กกับกูกูคนเดียวค่ะ” พูดจบก็แอบกระซิบ “นี่เป็นความลับของเรานะคะ อย่าบอกเขาล่ะ”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ได้สิ กูกูรับปาก”
“เธอได้ยินหมดแล้วใช่ไหม” กูกูฟางหันไปพูดกับจิ้นจงที่เดินออกมาจากมุมห้องด้วยน้ำเสียงจริงจัง “อาชูยังเด็กก็จริง แต่ในใจก็คิดอ่านเป็นของตัวเองแล้ว ฉันเปลี่ยนการตัดสินใจของเธอไม่ได้ แต่หวังว่านายจะดีกับเธอให้มาก ๆ”
หางตาของจิ้นจงแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งร้องไห้มา เขาคุกเข่าตรงหน้าเธอหลังตรงแน่วแน่ แล้วกล่าวจากใจจริง “ผมสาบานว่าในชาตินี้ จิ้นจงจะทะนุถนอมอาชูดุจแก้วตาดวงใจ ไม่ปล่อยให้เธอได้รับความคับข้องใจแม้แต่น้อย และต่อไปก็จะกตัญญูต่อคุณอย่างดี หากผิดคำสาบาน ขอให้ฟ้าผ่าตายห้าครั้ง ตายอย่างไร้หลุมฝัง”
พูดจบเขาก็ก้มศีรษะโขกพื้นเสียงดังหลายครั้ง “ขอบคุณกูกูฟางที่ยอมให้เราได้อยู่ด้วยกันครับ”
กูกูฟางไม่ได้ปฏิเสธและรับการคำนับจากจิ้นจงไว้
“แต่ฉันขอพูดไว้ก่อน อาชูไร้เดียงสาและน่ารักก็จริง แต่หน้าตาของเธอชวนให้คนหลงใหลเกินไป ด้วยรูปโฉมและความสามารถของเธอ ต่อให้เป็นพระชายาก็ยังเหมาะสมได้ หากวันหนึ่งเธอเปลี่ยนใจ ฉันหวังว่านายจะปล่อยเธอไป อย่าขัดขวางอนาคตของเธอ”
เธอไม่ได้ดูแคลนขันที คนที่ใช้ชีวิตอยู่ในวังมาหลายปีย่อมรู้ดีว่าต่างฝ่ายต่างลำบากแค่ไหน จะมีเรื่องดูแคลนกันได้อย่างไร แต่อาชูไม่เหมือนคนอื่น เธอเติบโตมาท่ามกลางความรักและเอาใจใส่ นิสัยไร้เดียงสาและร่าเริงสดใส กูกูฟางกลัวว่าในอนาคตเธอจะเสียใจ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาภายหลัง จึงควรพูดให้ชัดเจนตั้งแต่ตอนนี้
ร่างของจิ้นจงแข็งทื่อ น้ำเสียงขมขื่น “ผมเข้าใจครับ ขอแค่เธอต้องการ ผมก็จะช่วยส่งเธอไปสู่อนาคตที่สดใส กวาดล้างอุปสรรคทั้งหมดให้เธอ หากเธอไม่ต้องการ ผมก็จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อปกป้องเธอในวัง ขอแค่เธอปลอดภัยและมีความสุขก็พอครับ”
สีหน้าของกูกูฟางอ่อนลง เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว ใครรักใครลึกซึ้งกว่ากัน เธอมองออกชัดเจน ขอเพียงคนที่ต้องเจ็บปวดไม่ใช่อาชูของเธอ กูกูฟางก็วางใจแล้ว
“เด็กดี ลุกขึ้นเถอะ”
