เจ้ากรมจ้าวไม่มีห้องทำงานส่วนตัวของตัวเอง ในตึกหลังนี้นอกจากเขาแล้วยังมีคนอาศัยอยู่อีก 5 คน ในจำนวนนี้เป็นสมาชิกกลุ่มของยวี๋หวยสามคน ส่วนบุคลากรคนอื่นของฝ่ายข่าวกรองกระจายกันอยู่ทั้งในเขตเช่าและเขตคนจีน
โอ้ย เจ้ากรมจ้าวลวกลิ้นตัวเอง น้ำชาร้อนไปหน่อย เขาลวกปากเลยทีเดียว วางถ้วยชาลงแล้วหยิบหนังสือพิมพ์ประจำค่ำคืนนั้นขึ้นมาอ่าน
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง... ทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
เจ็ดโมงกว่าแล้ว ใครกันนะ เจ้ากรมจ้าวกระชากหูโทรศัพท์ขึ้น
เสียงซ่าดังมาจากปลายสาย เจ้ากรมจ้าวใจเต้นระรัว เสียงซ่าแบบนี้คือการที่คู่สนทนาหลบซ่อนเสียงเพื่ออำพรางตัว ป้องกันไม่ให้มีใครดักฟังจับเสียงที่แท้จริงได้
“ฮัลโหล สวัสดีครับ ผมไอ้ต้าจู้จากบ้านนอกเองครับ น้าเขยใช่ไหมครับ”
“อ้อ ต้าจู้เองเหรอ มีอะไร” เจ้ากรมจ้าวหัวใจเต้นรัว ครั้งก่อนยวี๋หวยเคยบอกเขาเรื่องรหัสลับ เพราะคนกลางของรั้วลวดหนามยังมาไม่ถึงเซี่ยงไฮ้ ฉะนั้นเพื่อความปลอดภัย ยวี๋หวยจึงทิ้งหมายเลขติดต่อฉุกเฉินเอาไว้
ตอนนั้นเจ้ากรมจ้าวอยากจะคัดค้าน งานข่าวกรองมันซับซ้อนสุดจะหยั่ง ตัวเองอุตส่าห์เป็นถึงหัวหน้าฝ่ายข่าวกรอง หากเกิดรั้วลวดหนามหักหลังไปเข้าพวกญี่ปุ่นขึ้นมา เป็นไปได้ว่าเขาจะต้องเป็นศพแรก แต่ก็อดกังวลไม่ได้ว่าหากรั้วลวดหนามมีข่าวกรองเร่งด่วนจริง ๆ แล้วติดต่อพวกเขาไม่ได้จะทำอย่างไร
ดังนั้นเจ้ากรมจ้าวจึงยอมตามคำขอของยวี๋หวย ในใจเขาเองก็ตัดสินใจแล้วว่า ทันทีที่คนกลางของรั้วลวดหนามมาถึงเซี่ยงไฮ้ เขาจะพาคนย้ายที่อยู่ทันที เปลี่ยนที่ซุกหัวนอน
“น้าเขยครับ อีกสิบวันผมไปหาคุณนะครับ” จากนั้นเจ้ากรมจ้าวก็ได้ยินเสียงวางสายโทรศัพท์
