หลิวฉางชวนดูผู้หญิงทะเลาะกันอยู่พักหนึ่ง กำลังจะเดินจากไปก็เห็นเจ้าของร้านเอาป้ายออกมาจากด้านใน เขียนว่าหยุดให้บริการชั่วคราว
เห็นได้ชัดว่าเตรียมปิดร้านหนึ่งวัน ให้ตายเถอะ โดนผู้หญิงด่าจนปิดร้านเลยเหรอ? จิตใจอ่อนแอจริง
เขากำลังจะเดินอ้อมร้านขายผ้าไปซื้อรองเท้าที่ถนนข้าง ๆ ก็เห็นชายสวมชุดดำกดปีกหมวกต่ำเดินเข้าไปในร้าน เจ้าของร้านมองไปรอบ ๆ แล้วรีบเตรียมปิดประตู
เฮ้ย ทำลับ ๆ ล่อ ๆ ดูยังไงก็เหมือนการนัดพบกันลับ ๆ?
จังหวะที่เจ้าของร้านกำลังจะปิดประตู หลิวฉางชวนใช้ดวงตาสแกนส่องดูด้วยความสงสัยเต็มเปี่ยม
กำลังสแกน………………
[โอชิมะ ซาบุโร่ อายุ 42 ปี แผนกกิจการพิเศษ กระทรวงกิจการภายใน]
หา…นี่มัน?
หลิวฉางชวนคิดไม่ถึงว่าจะมาเจอหน่วยข่าวกรองที่แฝงตัวอยู่ของพวกปีศาจ ดวงตาสแกนกระจอก ๆ ของตัวเองก็ไม่ใช่ไม่มีประโยชน์เลยนะ เห็นไหม ใช้ระบุตัวสายลับได้แม่นยำ โชค โชคดีเกินไปแล้ว ในเมืองจินหลิงที่กว้างใหญ่นี้ยังมาเจอสายลับญี่ปุ่นที่ซ่อนตัวอยู่ได้
ทำไงดี ควรทำยังไง?
ใช่แล้ว โทรศัพท์แจ้งหัวหน้ากลุ่มหวังขุย ส่วนเรื่องเหตุผล ก็บอกว่าช่วงนี้ไปร้านหนังสือแล้วเกิดความสนใจภาษาญี่ปุ่น ถึงฟังไม่รู้เรื่อง แต่พอเข้าใจพยางค์ภาษาญี่ปุ่น เผอิญได้ยินเจ้าของร้านพูดภาษาญี่ปุ่นสองสามประโยค ใช่แล้ว รายงานแบบนี้แหละ
หลิวฉางชวนใช้มือถูแรง ๆ เขารู้ว่าถ้าพบสายลับได้ เบื้องบนมีรางวัลให้ อย่างน้อย 200 หยวน แหะ ๆ เงินจำนวนไม่น้อยเลยนะ
……
วันนี้หวังขุยอารมณ์ไม่ค่อยดี เบื้องบนส่งกลุ่มฝึกงานมา หัวหน้ากลุ่มคือยวี๋หวยยศร้อยตรี ไม่กี่คนที่พามาล้วนจบมาจากโรงเรียนตำรวจ ระดับหัวหน้าบอกแล้วว่าคนพวกนี้หัวหน้าหน่วยให้ความสำคัญมาก ต้องให้ความร่วมมืออย่างดี ใช่แล้ว ให้ความร่วมมือ ถึงยวี๋หวยจะมาเป็นรองหัวหน้ากลุ่ม แต่นายอย่าไปวางมาดหัวหน้ากลุ่มจัดการเขาดีกว่า
“หัวหน้ากลุ่ม ต่อไปถ้ามีภารกิจก็สั่งมาได้เลยครับ”
ยวี๋หวยพูดด้วยความเคารพนบนอบ ปีนี้เขาอายุ 28 ปี จบจากโรงเรียนตำรวจพิเศษ ไปฝึกงานที่ภาคเหนือสองเดือนก็ถูกย้ายกลับมาที่กองบัญชาการเพื่อฝึกงานต่อ อีกไม่กี่เดือนอาจจะไปประจำสถานีใหญ่อื่นอีก ใครจะรู้?
“เรียกหัวหน้ากลุ่มทำไมกัน พี่น้องทั้งนั้น วางใจได้เลย ต่อไปถ้ากลุ่มเรามีภารกิจ พวกเราสองคนค่อยปรึกษากัน” หวังขุยตบอกยืนยันหนักแน่น เขาไปสืบภูมิหลังของยวี๋หวยมาแล้ว ที่บ้านมีลุงเป็นผู้บัญชาการกองพล เส้นสายไม่เบา
กริ๊งกริ๊ง………… ขณะที่ทั้งสองกำลังสนทนากันอยู่อย่างกันเอง โทรศัพท์ก็ส่งเสียงดังขึ้น
“ฮัลโหล ตามใครครับ? ที่นี่หน่วยปฏิบัติการ” หวังขุยตะโกนถามใส่หูโทรศัพท์อย่างไม่อ้อมค้อม
“หัวหน้ากลุ่ม ผมหลิวฉางชวนเอง ผมมีข้อมูลสำคัญจะรายงานครับ”
“บ้าอะไรของแกเรื่องข้อมูล วันนี้หยุด แกไม่ไปกินข้าวบ้านหวังเป่าหรือไง?” หวังขุยเบ้ปาก เขาไม่เชื่อคำพูดของหลิวฉางชวนสักนิด ฮ่า ๆ แกมันจะมีข้อมูลบ้าอะไร
“หัวหน้ากลุ่ม ฟังผมพูดให้จบก่อนดี ๆ” หลิวฉางชวนเล่ารายละเอียดข้อมูลที่พบสายลับญี่ปุ่นให้ฟังอย่างถี่ถ้วน พร้อมขอให้หวังขุยรวมพลพี่น้องไปจับตัวเจ้าของร้านขายผ้ากับชายชุดดำนั่นทันที
หวังขุยวางสายแล้วก็ยังไม่ค่อยเชื่อ ลูกน้องไม่กี่คนของตัวเองมีดีแค่ไหนเขารู้ดี ไม่ใช่พวกหัวกะทิจากฝ่ายข่าวกรองสักหน่อย แกจะไปเอาข้อมูลสายลับญี่ปุ่นมาจากไหน ฝันไปหรือเปล่า
ชิ ไอ้หน้าด้านหลิวฉางชวน หวังขุยตัดสินใจปล่อยผ่านคำพูดของหลิวฉางชวนไปเหมือนผายลม ไม่สนใจมัน
“หัวหน้ากลุ่ม ถ้ามีธุระอะไรก็สั่งมาได้นะครับ ทั้งผมทั้งลูกน้องก็ว่าง ๆ อยู่” ยวี๋หวยที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยลองเชิงถาม
เขาไม่ได้ยินเนื้อหาทางโทรศัพท์ แต่ฟังจากน้ำเสียงของหวังขุยดูเหมือนลูกน้องไปพบสายลับญี่ปุ่น แล้วหวังขุยไม่เชื่อ
หวังขุยคิดว่ากลุ่มตัวเองหยุดกันหมด ให้ยวี๋หวยไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน ต่อให้โดนหลิวฉางชวนปั่นหัวก็ไม่เป็นไร แค่เดินไปสักเที่ยวเอง ยังไงก็เป็นยวี๋หวยที่เสนอตัวจะไป
……
ในร้านก๋วยเตี๋ยวตรงข้ามกับร้านขายผ้าเทียนเหอที่ถนนตงเจีย ยวี๋หวยได้พบกับหลิวฉางชวนที่หัวหน้ากลุ่มหวังขุยพูดถึง ชายหนุ่มวัยยี่สิบกว่าแต่งตัวธรรมดา ในใจของเขาแอบสงสัย เจ้าหนุ่มนี่จะไปพบสายลับญี่ปุ่นได้ยังไง?
หลิวฉางชวนไม่มีอารมณ์คิดเรื่องอื่น พอหัวหน้ากลุ่มหวังขุยส่งคนมาแล้ว ก็ต้องรีบเข้าไปจับตัว เขากำลังจะแนะนำสถานการณ์ของร้านให้ฟัง ก็เห็นชายชุดดำเดินออกมาจากข้างใน ไม่มีอารมณ์จะใช้ดวงตาสแกนตรวจสอบข้อมูลของคนนี้ รีบบอกกับยวี๋หวยที่ข้าง ๆ มีสีหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยว่า “หัวหน้ากลุ่มยวี๋ ชายชุดดำออกมาจากข้างในแล้ว ต้องส่งคนไปติดตามครับ”
ยวี๋หวยรีบมองออกไปข้างนอก เห็นชายสวมชุดดำปิดจมูกปากเดินมุ่งหน้าไปทางถนนหนาน จึงสั่งลูกน้องที่ตามมาด้วยว่า “ลิ่วจื่อ แกไปติดตาม ระวังอย่าให้ถูกจับได้”
“ครับหัวหน้ากลุ่ม” ลิ่วจื่อรีบวิ่งออกไป
“ข้างในนอกจากเจ้าของร้านแล้วยังมีใครอีกไหม?” ยวี๋หวยจ้องไปที่เจ้าของร้านที่กำลังแขวนป้ายเปิดให้บริการตามปกติแล้วถามหลิวฉางชวน
“ไม่รู้ครับ ผมไม่ได้เข้าไป” หลิวฉางชวนตอบตามความจริง เขาจะไปรู้ได้ยังไงว่าข้างในมีใคร
“ไม่รอแล้ว”
ยวี๋หวยตัดสินใจเข้าไปในร้านเพื่อจับกุม เมื่อมาถึงขั้นนี้ ไม่ว่าเจ้าของร้านจะเป็นสายลับญี่ปุ่นหรือไม่ก็ต้องดำเนินการตามแผน จะใจอ่อนไม่เชื่อหลิวฉางชวนเพราะเขาเป็นแค่พลทหารไม่ได้
“เกาอู่ แกตามฉันเข้าไป จัดการเจ้าของร้านตามวิธีที่ฝึกในโรงเรียน จำไว้ ระวังเป้าหมายจุดระเบิด ต้องทำให้เขาหมดสภาพต่อต้าน เราต้องจับเป็น” ยวี๋หวยอธิบายแผนให้ลูกน้องสองคนฟังแล้วเดินตรงไปยังร้านขายผ้าเทียนเหอ ลูกน้องอีกสองสามคนที่มากับเขาก็แยกย้ายขนาบข้าง
หลิวฉางชวนเบ้ปาก เขาไม่คิดจะเข้าไปร่วมด้วย ในเมื่อยวี๋หวยไม่ให้ภารกิจเขา จะไปทำไม เขาไม่มีแม้แต่ปืนสักกระบอก พวกนายไม่กลัวตายก็ไปกันเลย ฉันจะดูอยู่ข้างหลัง
“คุณต้องการซื้อผ้าหรือว่า…………
โอชิมะ ซาบุโร่ยังพูดไม่ทันจบ เกาอู่ข้างกายยวี๋หวยก็ฟาดมือลงบนคอของเขาทันที ล้มโอชิมะ ซาบุโร่ลงกับพื้นทันที จากนั้นยวี๋หวยและพรรคพวกก็พุ่งเข้าไปคลำตามตัวโอชิมะ ซาบุโร่
“หัวหน้ากลุ่ม ตรงเอวด้านหลังมีปืน” ลูกน้องคนหนึ่งตะโกนอย่างตื่นเต้น
ยวี๋หวยก็ดีใจสุดขีดเช่นกัน เขาหยิบยาไซยาไนด์ที่สายลับใช้ฆ่าตัวตายออกมาจากปกเสื้อของโอชิมะ ซาบุโร่ สายลับ เจ้าของร้านเป็นสายลับของแท้แน่นอน
หลิวฉางชวนยืนอึ้งดูกระบวนการที่ยวี๋หวยบุกเข้าไปควบคุมโอชิมะ ซาบุโร่ เขาเบิกตากว้างแล้วรีบวิ่งพรวดเข้าไปทันที ไม่ใช่อยากจะเข้าไปแย่งผลงานหรอกนะ เขาไม่มีสิทธิ์ถึงขั้นนั้น ที่เข้าไปก็เพื่อดูว่าจะค้นเจอทรัพย์สินเงินทองอะไรหรือเปล่า เฮอะ ถ้าเจอจะซ่อนไว้ ไม่แบ่งให้ใครทั้งนั้น
พวกยวี๋หวยเห็นหลิวฉางชวนวิ่งเป็นบ้าเข้าไปในลานด้านหลัง ก็ได้แต่นิ่งเงียบ พวกเขาเข้าใจว่าหลิวฉางชวนจะทำอะไร แต่นายก็ใจร้อนเกินไปแล้วนะ อย่างน้อยก็ต้องเอาสายลับญี่ปุ่นกลับสำนักข่าวก่อนมั้ย
แล้วก็ อีกเดี๋ยวกองกำลังเสริมมา อยากจะเอาของไปก็เป็นไปไม่ได้ ต้องถูกตรวจค้นตัวแน่
“เกาอู่ แกรีบโทรศัพท์กลับไป บอกให้กองส่งรถมาคันหนึ่ง แล้วก็บอกฝ่ายข่าวกรองให้รีบมาทำการตรวจค้น พวกเขาเชี่ยวชาญเป็นมืออาชีพเรื่องนี้โดยตรง” ยวี๋หวยมัดโอชิมะ ซาบุโร่แน่นหนาแล้วตรวจดูปากอีกครั้งว่าได้ซ่อนยาอื่นไว้หรือไม่ แล้วสั่งเกาอู่ร่างบึกสองสามคำ
“ครับหัวหน้ากลุ่ม ผมจะไปเดี๋ยวนี้” เกาอู่ก็ไม่กล้าชักช้า วิ่งออกไปเพื่อโทรศัพท์เรียกกำลังเสริม
