สวีจิ้นหังเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนถามว่า “พ่อ แล้วทางแม่ล่ะครับ?”
“แกไม่ต้องไปสนใจแม่แก ผู้หญิงจะไปรู้อะไร ผมยาวแต่ความคิดสั้น เรื่องสำคัญตอนนี้คือพาผู้หญิงคนนั้นเข้าบ้านให้ได้ แกต้องรู้จักแยกแยะว่าเรื่องไหนสำคัญเร่งด่วน”
พ่อสวีพูดอย่างหนักแน่นจริงจัง “จิ้นหัง แกเป็นผู้ชาย เรื่องทะเลาะเบาะแว้งของผู้หญิงไม่ใช่เรื่องที่แกต้องใส่ใจ พอเข้ามาเป็นคนบ้านสวีแล้ว เรื่องต่อจากนี้ก็ให้แม่แกจัดการเอง แกอยู่ชนบทก็สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้นำหน่วยการผลิตและสหกรณ์ไว้ ส่วนพ่อกับพ่อตาในอนาคตของแกจะช่วยกันจัดการให้ แกจะได้โควตาเข้าเรียนมหาวิทยาลัย ต่อไปก็ไม่ต้องกังวลเรื่องอนาคตแล้ว”
สวีจิ้นหังพยักหน้า “เข้าใจแล้วครับพ่อ!”
หลังวางสาย จางเจียหนิงก็มีสีหน้าหนักใจ เขาได้ยินคำพูดของพ่อสวีอยู่ข้าง ๆ เกือบทั้งหมด ปัญหาคือตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างปัญญาชนลู่กับพวกเขายังแย่กว่าตอนเพิ่งมาถึงเสียอีก สวีจิ้นหังจะทำให้คุณหนูคนนั้นพอใจได้จริงหรือ?
จางเจียหนิงสงสัยอยู่มาก
“ต่อจากนี้จะทำยังไง?” เขาถาม
สวีจิ้นหังเองก็ไม่รู้ ปกติมีแต่ผู้หญิงมาวนเวียนอยู่รอบตัว เขาเป็นคนอ่อนโยน ใจดีกับทุกคน แต่ถ้าจะให้จงใจเอาใจใคร เขาก็ทำไม่เป็น ก่อนหน้านี้คิดจะช่วยทำงานให้ แต่สุดท้ายก็ไม่สำเร็จ
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ไปซื้อของกินกันก่อนเถอะ!” เขายังมีคูปองขนมอยู่สองใบ คราวก่อนตอนอยู่หน้าสหกรณ์ เขาซื้อขนมเค้กไข่ให้ปัญญาชนลู่ แต่เธอไม่รับ บางทีอาจจะเขิน หรือไม่ก็ไม่ชอบ คราวนี้เปลี่ยนไปซื้ออย่างอื่น แล้วเอาไปให้เธอเป็นการส่วนตัว
