ในดวงตาเรียวยาวลึกล้ำของชายหนุ่มมีอารมณ์บางอย่างที่เธออ่านไม่ออก ลู่ซีเฉิงใจเต้นวูบ รีบถอยห่างออกมา “ฉันเปิดไม่ออก คุณเปิดเองเถอะ!”
ฮั่วจิ้งชวนหลุบตาลง วางกล่องข้าวบนพื้น ฝาที่ลู่ซีเฉิงพยายามเปิดอยู่นาน เขาออกแรงเพียงนิดเดียวก็เปิดออก
ในกล่องข้าวใบหนึ่งมีข้าวสวยขาวเต็มกล่อง ส่วนอีกใบใส่น้ำแกงไก่สีเหลืองทองกับเนื้อไก่ชิ้นโต เนื้อไก่ชิ้นนั้นใหญ่เกือบเท่าไก่ครึ่งตัว
ฮั่วจิ้งชวนเงียบไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวก้มหน้าก้มตานับมด เขาถอนหายใจเบา ๆ “กินข้าวหรือยัง?”
ศีรษะเล็ก ๆ พยักหน้า แต่เธอไม่ตอบ ฮั่วจิ้งชวนลุกขึ้น เด็ดกิ่งไม้เรียวเล็กจากต้นไม้มาสองสามกิ่ง แล้วใช้มือลอกเปลือกไม้อย่างคล่องแคล่ว ทำตะเกียบง่าย ๆ สองคู่ “กินแล้วก็กินอีกหน่อยสิ”
โจ๊กมื้อเช้าย่อยไปเกือบหมดแล้ว ช่วงเช้าลู่ซีเฉิงแทบไม่ได้กินอะไร พอได้กลิ่นหอมของน้ำแกงไก่ ความหิวก็พลันแล่นขึ้นมา เธอเลียริมฝีปาก ฮั่วจิ้งชวนจึงยิ้ม เขาคีบไก่ครึ่งตัวใส่ฝาภาชนะ พอเห็นว่าน่องไก่หมดแล้ว ก็แกะปีกไก่วางลงในฝาอีกใบแล้วยื่นให้เธอ ลู่ซีเฉิงส่ายหน้าอย่างไม่ชอบใจ ทำท่าแสนงอน “มีแต่หนังทั้งนั้น ฉันไม่กินหรอก”
ฮั่วจิ้งชวนมองปีกไก่ ปีกไก่ไม่เหมือนน่องไก่ พอลอกหนังออกก็แทบไม่เหลือเนื้อ เขาวางมันลง แล้วแยกไก่ครึ่งตัวออก เลือกเนื้อส่วนที่นุ่มที่สุด ลอกหนังและเอากระดูกออก ก่อนวางลงในฝาภาชนะของเธอ
ลู่ซีเฉิงจับตะเกียบคีบเนื้อไก่กิน ท่าทางยามกินของเธอเรียบร้อย ค่อย ๆ กินทีละคำ ดูน่ารักเป็นพิเศษ ฮั่วจิ้งชวนเห็นเธอกินแต่กับข้าว ไม่แตะข้าวเลยตักข้าวให้เล็กน้อย ลู่ซีเฉิงกินไปสองคำก็วางตะเกียบ “ฉันอิ่มแล้ว ขอซดน้ำแกงหน่อย”
