ลู่ซีเฉิงเบ้ปาก เธอหาคนรัก ก็ต้องเป็นเพราะอีกฝ่ายชอบเธอในฐานะลู่ซีเฉิง ไม่ใช่เพราะเธอเป็นลูกสาวบ้านไหน
แค่สวีจิ้นหังพูดขึ้นต้นประโยค เธอก็หมดอารมณ์แล้ว
ฮั่วจิ้งชวนจิ้มแก้มป่อง ๆ ของเธอ “งั้นเราก็เปิดเผยความสัมพันธ์กันเลย”
“ได้!”
……
วันรุ่งขึ้นเป็นวันแบ่งเสบียง เพิ่งพ้นขอบฟ้ามาได้ไม่นาน ลานตากข้าวหน้าคลังสินค้าก็มีผู้คนมารวมตัวกันแน่นขนัด
ลู่ซีเฉิงกับหลินหยวนเพิ่งมาถึงได้ไม่นาน ทั้งคู่จึงไม่ได้เสบียงมากนัก หลินหยวนนัดแลกเสบียงกับครอบครัวที่สนิทกันสองบ้านในกองการผลิตไว้แล้ว พวกเธอสองคนจึงเป็นกลุ่มสุดท้ายที่ไปถึง
ลู่ซีเฉิงหาวแล้วหาวอีก ง่วงจนแทบลืมตาไม่ขึ้น
“เฉิงเฉิง เมื่อคืนทำอะไรมา ทำไมถึงง่วงขนาดนี้?” หลินหยวนถาม “เรียนเสร็จก็กลับไปนอนแล้วไม่ใช่เหรอ ฉันหลับเต็มอิ่มเลยนะ”
ลู่ซีเฉิงถลึงตามองเงาร่างสูงใหญ่ที่อยู่ลึกเข้าไปในฝูงชนอย่างขุ่นเคือง ทั้งหมดเป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้เธอเหนื่อยขนาดนี้
หวังหม่านถุน หัวหน้ากองการผลิต ยืนอยู่บนม้านั่ง ตะโกนให้ทุกคนเงียบลง แต่ละครอบครัวส่งตัวแทนออกมาหนึ่งคน ต่อแถวให้เรียบร้อย พอได้ยินชื่อก็ขึ้นไปรับเสบียง
เดือนก่อนหน่วยการผลิตเฉียนจิ้นแบ่งเสบียงไปครั้งหนึ่งแล้ว คราวนั้นเป็นข้าวเปลือกกับแป้งขาว ครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ต้องการ แป้งขาวหนึ่งชั่งแลกแป้งข้าวโพดได้สามชั่ง หรือแป้งบัควีตได้ห้าชั่ง นอกจากครอบครัวที่มีฐานะดีเป็นพิเศษ เช่น บ้านเลขาธิการพรรคหรือบ้านหัวหน้ากองการผลิตแล้ว ครอบครัวทั่วไปกินธัญพืชขัดสีไม่ไหว จึงเลือกแลกเป็นธัญพืชหยาบกันหมด
