ฮั่วจิ้งชวนอยากเข้าไปกอดเธอ แต่กลับถูกลู่ซีเฉิงฟาดมือปัดออก พร้อมพูดเป็นชุดว่า “รู้จักเคารพครูบาอาจารย์ไหม อย่ามาจับเนื้อต้องตัวกันสิ!”
ฮั่วจิ้งชวนหัวเราะเบา ๆ ก่อนลุกขึ้นไปนั่งฝั่งตรงข้าม สีหน้าจริงจังขึ้น “ถ้าอย่างนั้น ขอคุณครูลู่ชี้แนะด้วยครับ”
ฝีมือเล่นหมากรุกจีนของลู่ซีเฉิงไม่ได้เก่งกาจนัก แค่พอเล่นเป็นและรู้กติกา ส่วนกลยุทธ์ที่ซับซ้อนกว่านั้นเธอไม่ค่อยถนัด เธอจัดตัวหมากอย่างกระตือรือร้น พลางบอกฮั่วจิ้งชวนว่าตัวไหนเดินอย่างไร
“ช้างเดินเป็นช่องทแยง ม้าเดินตรงหนึ่งช่องแล้วทแยงหนึ่งช่อง ปืนใหญ่เดินเป็นเส้นตรง... กินขุนหรือจอมทัพของอีกฝ่ายได้ก็ชนะแล้ว!” ดวงตาของลู่ซีเฉิงเป็นประกาย ถ้าเขาเรียนรู้ได้ เธอก็จะมีกิจกรรมฆ่าเวลาเพิ่มขึ้นอีกอย่าง
“เข้าใจหรือยังคะ?”
ฮั่วจิ้งชวนส่ายหน้า
ช่วงนี้ลู่ซีเฉิงสอนเด็ก ๆ จนมีความอดทนขึ้นมาบ้าง “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอธิบายอีกรอบ ตั้งใจฟังดี ๆ นะ!”
เธอเริ่มอธิบายตั้งแต่ต้น ทุกครั้งที่สอนวิธีเดินของตัวหมากแต่ละตัวก็จะเงยหน้ามองปฏิกิริยาของเขา “เข้าใจหรือยังคะ?”
ฮั่วจิ้งชวนยังคงส่ายหน้า
ลู่ซีเฉิงเกาหัว เธอเรียนจากคุณปู่กับคุณตา จำไม่ได้ว่าใช้เวลาเรียนอยู่นานแค่ไหนถึงเล่นเป็น มันยากขนาดนั้นเลยหรือ เขาก็ไม่ใช่คนโง่ ทำไมถึงเรียนไม่รู้เรื่องนะ?
ฮั่วจิ้งชวนพูดเสียงอ่อย “คุณครูลู่ ผมคงโง่เกินไปครับ!”
“ไม่ใช่หรอก คุณแค่ยังไม่เข้าใจเท่านั้น เอาอย่างนี้แล้วกัน...” ลู่ซีเฉิงนึกถึงภาพตอนเด็กที่ผู้ใหญ่ให้นั่งบนตักแล้วจับมือสอน เธอขยับไปนั่งใกล้เขาเอง จับมือเขาไว้ “ฉันจะสอนแบบจับมือทำเลยนะ!”
