กลางดึก เทือกเขาจิ่วหลงที่ทอดตัวขึ้นลงต่อเนื่องดูราวกับตาข่ายผืนใหญ่ แผ่คลุมผืนฟ้าผืนดิน
ลึกเข้าไปในป่า บริเวณแอ่งเขาราบแห่งหนึ่งมีกระท่อมไม้หลังเล็กตั้งอยู่ หน้ากระท่อม ชายร่างสูงใหญ่ถือมีดคมกริบ ในขณะที่เท้าเหยียบหมูป่าซึ่งหัวบุบยุบเข้าไปครึ่งหนึ่ง เขาใช้มีดขูดคราบโคลนบนตัวหมูป่าอย่างลวก ๆ ก่อนจะแทงมีดเข้าไปที่ลำคอของมัน
“ฉึก!” เลือดพุ่งกระฉูดลงในถังไม้ที่เตรียมไว้
ชายหนุ่มลงมืออย่างชำนาญ ผ่าท้องควักไส้ในรวดเดียวจบ
ข้างกายเขามีสัตว์ตัวใหญ่ยักษ์หมอบอยู่ ขนสีเทาดำ ขาทั้งสี่แข็งแรง ส่วนปากเรียวแหลมเล็กน้อย หูตั้งตรง หางยาวฟูฟ่อง เป็นหมาป่าตัวหนึ่ง มันหมอบอย่างเกียจคร้าน รอบด้านในความมืดสลัวมีแสงสีเขียวระยิบระยับดุจหิ่งห้อยอยู่เต็มไปหมด
ฮั่วจิ้งชวนสับหัวหมูออกแล้วโยนให้หมาป่าตัวใหญ่ “ต้าฮุย!”
ต้าฮุยลุกขึ้นส่งเสียงหอนยาวก้องฟ้า แสงสีเขียวกระจายหายไปทั่วสารทิศ
ฮั่วจิ้งชวนหั่นเนื้อสามชั้นชิ้นที่ดีที่สุดใส่ไว้ในกระท่อมไม้ จากนั้นแบกเนื้อหมูป่าที่เหลือ หิ้วถังไม้เดินออกจากป่า ข้ามเทือกเขาลูกหนึ่งในเขาจิ่วหลงแล้วมุ่งหน้าไปยังตัวอำเภอ ใช้เวลาเพียงชั่วโมงกว่า ๆ เท่านั้น
……
ลู่ซีเฉิงนอนจนถึงกลางดึก พอลูบข้างกายก็ไม่เจอใคร เธอเบ้ปาก กอดแพนด้ายักษ์ในอ้อมแขนแน่น ห่มผ้าห่มผืนเล็กสีฟ้าที่เพิ่งเปลี่ยนใหม่ แล้วหลับสนิทต่อไป
ยามเช้า ที่พักปัญญาชนค่อย ๆ คึกคักขึ้นเมื่อทุกคนตื่นมาล้างหน้าล้างตาและทำอาหาร วันนี้ลู่ซีเฉิงก็ยังไม่ต้องไปทำงาน เธอหลับตาพริ้มอย่างมีความสุข เมื่อทุกคนรู้ว่าเธอไม่ต้องไปทำงาน จึงไม่มีใครมาเรียกให้ตื่น
