บ้านข้าง ๆ สวีจิ้นหังได้ยินเสียงตะโกนของเสิ่นอันหนิง เขาลังเลว่าจะออกไปช่วยดีไหม เพราะเพิ่งกวาดถนนหน้าบ้านเสร็จ
ลานของที่พักปัญญาชนค่อนข้างกว้าง แต่ก่อนคุณชายสองคนนี้อยู่บ้านแทบไม่ยอมแม้แต่จะยกขวดน้ำมันที่ล้มให้ตั้งขึ้น พอมาที่นี่ก็แค่กวาดห้องตัวเอง ตอนนี้กวาดหิมะกันอยู่นานสองนาน ทั้งหนาวทั้งหิว สวีจิ้นหังจึงไม่อยากขยับเหมือนกัน
ส่วนจางเจียหนิงไม่ต้องพูดถึง เขาวิ่งไปผิงรองเท้าในครัวเรือนหน้าตั้งแต่แรก ต่อให้ได้ยินก็ทำเป็นไม่ได้ยินอยู่ดี
เสิ่นอันหนิงตะโกนอยู่นาน แต่ไม่มีใครออกมาช่วยสักคน เห็นได้ชัดว่าความสัมพันธ์ของเธอกับคนอื่นย่ำแย่แค่ไหน เธอพึมพำด่าเบา ๆ อยู่สองสามคำ รอให้สิบปีผ่านไปจนเธอได้ดีขึ้นมา ใครก็อย่าหวังจะมาขอร้องเธอ ไอ้พวกตาถั่วเอ๊ย
ไม่มีทางเลือก เธอจึงต้องหยิบไม้กวาดมากวาดเอง ยังไงเธอก็ต้องไปกินข้าว แถมกินเสร็จแล้วยังคิดจะออกไปข้างนอกอีก
พอกวาดเสร็จ พื้นรองเท้าของเธอก็เปียกชุ่มแล้ว รองเท้าผ้าบุนวมที่ใส่อยู่เป็นรองเท้าที่บ้านทำให้ พื้นรองเท้าแม้จะเรียกว่าพื้นรองเท้าพันชั้น แต่จริง ๆ มีแค่แผ่นบาง ๆ แม่ของเธอบอกว่าลูกสาวใส่รองเท้าไม่เปลืองเท่าลูกชาย จึงไม่ยอมทำพื้นรองเท้าหนา ๆ ให้
มื้อกลางวันนี้นึ่งหมูหมักเค็ม เป็นเนื้อหมูป่าที่พวกเขาจับมาได้คราวก่อน แต่ละคนซื้อมาเพียงนิดหน่อยแล้วหมักเก็บไว้ เพราะอีกไม่นานก็จะเชือดหมูส่งท้ายปีแจกเนื้อ ปีนี้เนื้อต้องได้มากกว่าปีก่อนแน่ ๆ ทุกคนที่ขาดของมันจึงหั่นเนื้อชิ้นเล็ก ๆ มากินกับน้ำแกงผักกาดขาวหัวไชเท้า อร่อยกันจนไม่อยากวางตะเกียบ
เนื้อหมักเค็มชิ้นของลู่ซีเฉิงเป็นเจียงลี่ลี่ที่หั่นให้ ตอนที่พวกเธอช่วยกันทุบหิน ลู่ซีเฉิงเคยแบ่งของกินให้พวกเธอ คราวนี้จึงผลัดกันตอบแทน
