“ทายสิว่าราคาเท่าไร?” ลู่ซีเฉิงยิ้มร่า พลางชูนิ้วขึ้นมาสองนิ้ว
“สองหยวน?” ฮั่วจิ้งชวนถาม
“ไม่ใช่ ทายใหม่!”
“ยี่สิบ?” น้ำเสียงของฮั่วจิ้งชวนฟังดูไม่ค่อยแน่ใจ เนื้อปลาบาง ๆ ชิ้นหนึ่งราคา 20 หยวนเชียวหรือ?
ลู่ซีเฉิงส่ายนิ้ว “เติมศูนย์เข้าไปอีกตัว”
สองร้อย!
แม้แต่ฮั่วจิ้งชวนที่ปกติสุขุมมั่นคง ยังอดตกใจกับตัวเลขนี้ไม่ได้
เขารู้ว่าในอนาคตประชาชนจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ลู่ซีเฉิงไม่เคยบอกชัด ๆ ด้วยจินตนาการของเขา ต่อให้คิดอย่างไรก็คงนึกไม่ถึงว่าเงินเดือนเฉลี่ยจะพุ่งขึ้นไปถึงหลายพันหยวน!
พอนึกถึงเงินสามหมื่นกว่าหยวนที่เขาให้ลู่ซีเฉิงแล้ว ถึงจะซื้อเนื้อปลาได้แค่ไม่กี่ร้อยชิ้น ดูเหมือนจะไม่มากเท่าไรแล้ว!
“นี่ คุณคิดอะไรอยู่?” ลู่ซีเฉิงเอียงศีรษะมองเขา
ฮั่วจิ้งชวนลูบศีรษะเธอ “จะกินปลาอีกหน่อยไหม?”
“ไม่เอาแล้ว ฉันกินไม่ไหวแล้ว!” ลู่ซีเฉิงลุกขึ้นเดินย่อย “คุณกินให้หมดเลย ถ้าปลาทิ้งไว้มันจะคาว”
“ได้!” ฮั่วจิ้งชวนคิดว่าปีหน้าต้องพยายามให้มากขึ้น ตั้งเป้าหาเงินให้ได้หนึ่งหมื่นหยวน เขามีแรงจำกัด ทั้งยังต้องทำงานในกองการผลิต จะเอาแต่ขึ้นเขาไม่ได้ รายได้หนึ่งหมื่นหยวนก็แทบจะเป็นขีดจำกัดแล้ว
ตอนนี้ทางการห้ามซื้อขายบ้านกันเอง ฮั่วจิ้งชวนไม่รู้ว่าซื้อบ้านในเมืองใหญ่ต้องใช้เงินเท่าไร เตรียมไว้มากหน่อยย่อมไม่เสียหาย
ลู่ซีเฉิงเดาความคิดในใจเขาไม่ออก ถ้ารู้เข้าคงต้องถามว่า พี่ชาย คุณขยันแข่งกับคนอื่นขนาดนี้ แล้วคนอื่นจะอยู่ยังไง?
……
กลางดึก ลู่ซีเฉิงกำลังหลับสนิทอยู่ ฮั่วจิ้งชวนลืมตาขึ้น ก่อนจะลุกจากเตียงอย่างระมัดระวังและแง้มประตูออกเพียงนิดเดียว ท่ามกลางความมืด หิมะปลิวว่อน พื้นดินขาวโพลนไปหมด
