ลู่ซีเฉิงถึงกับตะลึง เธอเป็นสาวน้อยวัยแรกรุ่นแท้ ๆ ทำไมถึงกลายเป็นเหมือนสามีภรรยากับใครเขาไปได้ล่ะ?
พอตักกับข้าวออกมาแล้ว พวกเธอก็ไม่จำเป็นต้องล้างกระทะด้วยซ้ำ ขอบอกเลยว่าในกระทะมีแต่น้ำมัน เก็บไว้ผัดผักกาดขาวยังดีกว่า จะล้างไปทำไม!
ลู่ซีเฉิงหิ้วตะกร้าไปสามรอบ กว่าจะยกทั้งสามใบไปไว้ที่ลานหลังบ้าน ครัวเล็ก ๆ ของเธอใกล้จะเสร็จแล้ว
ฮั่วจิ้งชวนเตรียมอิฐดินไว้เยอะ ครัวที่ก่อขึ้นมาจึงค่อนข้างใหญ่ ทั้งความกว้างและความสูงเท่ากับห้องของเธอ มีช่องเปิดอยู่ช่องหนึ่ง แบ่งครึ่งหนึ่งทำเป็นเตา มีช่องไฟเพียงช่องเดียว เชื่อมต่อกับเตียงอุ่นของเธอ ส่วนอีกครึ่งใช้กองฟืนโดยเฉพาะ ต่อไปลู่ซีเฉิงก็ไม่ต้องวิ่งไปลานหน้าบ้านเพื่อหยิบฟืนอยู่เรื่อย ๆ แล้ว
ฮั่วจิ้งชวนปัดดินเหลืองที่ติดมือ ก่อนลุกขึ้นยืน “เรียบร้อยแล้ว ปล่อยให้แห้งสักสองวัน เดี๋ยวฉันมาช่วยก่อไฟให้”
ลู่ซีเฉิงพยักหน้า ตักน้ำอุ่นมาแล้วหยิบสบู่ให้พวกเขาล้างมือ หวังชุนไฉมองสบู่ด้วยสีหน้าทั้งเกรงใจทั้งประหม่า “ปัญญาชนลู่ พวกเราคนหยาบ ๆ จะใช้สบู่ทำไม รีบเก็บกลับไปเถอะ” ถ้าแม่เขารู้ว่าเขาใช้สบู่ล้างมือ คงตีเขาตายแน่
ไม่มีใครยอมใช้ ลู่ซีเฉิงจึงได้แต่เก็บสบู่กลับไป แล้วส่งตะกร้าให้พวกเขา พร้อมกำชับว่า “ตะกร้าใบหนึ่งใส่น้ำแกง อีกใบใส่โจ๊ก อย่าทำหกนะ!”
หลายคนหิ้วตะกร้าเดินลิ่วออกไป ถ้ามัวชักช้า อาหารก็เย็นหมดพอดี พวกเขาได้กลิ่นหอมแล้ว ต้องมีเนื้อแน่ ๆ!
เมื่อก่อนฮั่วจิ้งชวนไม่ค่อยเข้าสังคม อีกทั้งไม่ใช่คนชอบชวนเพื่อนฝูงมาสังสรรค์ แม้จะอยู่ในหมู่บ้านมาหลายปี แต่หลี่เว่ยกั๋วกับหลี่เว่ยหมินเพิ่งเคยมาบ้านเขาเป็นครั้งแรก ส่วนหวังชุนไฉก่อนหน้านี้ก็แค่มาเดินเล่นในลานบ้านเท่านั้น
